วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เค้าว่ามาว่าเป็นการทายนิสัยตามเดือนเกิดที่แม่นมากๆครับว่าอย่างนั้น



พอได้ลองอ่านบทความในเดือนเกิดของตนเอง(กรกฎาคม)ก็มีแนวทางว่าแม่นดีนะเลยอยากให้ทุกคนได้ลองอ่านดูครับ
เริ่มเลยละกันครับคนที่เกิดมกราคม - ชอบชีวิต ที่เรียบง่ายสุขสงบ:.

ลักษณะทั่วไป ผู้ที่เกิดเดือนนี้ ไม่ค่อยชอบเฮฮา
ปาร์ตี้ กับใครง่ายๆสงบเสงี่ยม ปกติจะ
เงียบ ขรึมถ้าไม่ได้กำลังตื่นเต้นหรือเข้าสู่ภาวะคับขัน
เลือก ที่จะคบหาคนอย่างพิถีพิถัน มีความรู้ความสามารถดี
เป็น คนมีเสน่ห์ อารมณ์อ่อนไหว จิตใจเอื้ออารี รักเด็ก ติด บ้าน
ซื่อสัตย์ อารมณ์ดี ไม่ถือสาจุดเสียเล็กน้อย อื่นๆ การงาน
ขยันทำงานตัวเป็นเกลียว ทะเยอทะยาน กระตือรือร้น จริงจัง
รักการเรียนรู้ มีความคิด สร้างสรรค์ ฉลาด เจ้าระเบียบทำอะไรเป็น
แบบแผนขั้นตอนไม่ มีนอกลู่นอกทางแม้แต่น้อย
เป็นนักคิด นักวางแผน หาทาง รุ่งโรจน์ เป็นที่ปรึกษาที่ดี
ความรัก เป็นคนโรแมนติกบ้างแต่ไม่ค่อยยอม
แสดงออกเท่าไร รู้วิธี ทำให้คนอื่นมีความสุข
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ถ้าได้คนผิวนวลหรือผิว 2 สีก็
ได้ จะถือว่าดีเยี่ยม ไม่ผอม บางเกิน ไป และควรมีอารมณ์ขัน
ไม่มุทะลุเคร่งเครียด ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักจะได้คู่ที่ดี
มี ความรักใคร่กันครอบครัวไม่ทุกข์ยาก
ถ้ามีลูกคนแรกเป็น ผู้ชายจะยอดเยี่ยมที่สุด ข้อเสีย
ชอบขุดคุ้ยหา จุดด้อยและความบกพร่องของคนอื่น ชอบวิพากษ์วิจารณ์
แต่ก็ชอบให้คนอื่นนิยมยกย่องเหมือนกัน
ตัดสินใจไม่เฉียบขาด ชอบสั่งสอน ขี้หึง


.:
กุมภาพันธ์- โกรธง่ายหายเร็ว :.

ลักษณะทั่วไป ผู้ที่เกิดเดือนนี้ ชอบช่วยเหลือคนอื่นแบบใจนักเลง นิยม
เรื่องตื่นเต้นแปลกใหม่ไม่ค่อยกลัวใครมีเพื่อนมาก พอๆกับมีคนคิดร้าย ช่างฝัน
รักทั้งโลกแห่งความเป็นจริงและโลกแห่งความฝันบุคลิกภาพแปรปรวนไปนิด
เจ้าอารมณ์ เงียบ ขี้อาย สุภาพซื่อสัตย์ไหวพริบปฏิภาณดี
ฉลาดชอบตั้งเป้าหมายในชีวิตรักอิสระเหนือสิ่งอื่นใดขบถได้ง่าย
ถ้าถูกบีบคั้นแต่ ที่จริงน่ะอ่อนไหวมาก เสียใจง่าย โกรธ
ก็ง่าย ไม่ชอบ เรื่องไร้สาระ ชอบคบเพื่อนฝูงใหม่ๆน่ารักๆ
เชื่อถือโชคลาง การงาน ดวงพลิกผันบ่อยเดี๋ยวรุ่ง เดี๋ยวร่วงได้
ถ้าไม่ระมัดระวัง รักกิจการงานบันเทิงทุกชนิด
ความรัก โรแมนติคลึกๆ แต่ไม่แสดงออก
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ถ้าเป็นคู่เทียม ก็จะทิ้งกันได้ในยามมีปัญหา
คู่แท้จึงมีลักษณะเป็นเพื่อนตาย ที่มีความซื่อตรงต่อกันอย่างแท้จริง
คอยตักเตือนไม่ให้ ถูกล่อลวงได้ง่าย
และต้องทำใจได้กับนิสัยที่ชอบท้าทายของคนเกิดเดือนนี้

เนื้อคู่มักมีลักษณะสง่างามกว่า
คนเดือนสามนี้คิ้วเข้ม ตาคม
มีบุคลิกน่านับถือ ผู้ที่ เกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่มีเกียรติมีทรัพย์
จึงอาจถูกคู่ ข่มบ้าง ถ้ามีลูกสาวก่อน
จะถือว่าดีมากข้อเสีย ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
เอาซะเลย แอบก้าวร้าวบ้างบางครั้ง
หัวดื้อ ทะเยอทะยาน อารมณ์ร้อน สุรุ่ย สุร่าย [

.:
มีนาคม - มุ่งมั่นพากเพียรสูง:.

ลักษณะทั่วไป ผู้ที่เกิดเดือนนี้ถ้ามุ่งมั่นพาก เพียรสูง
ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีเสน่ห์ เป็นที่รัก ของผู้อื่น
ไม่มีพิษมีภัยกับใครแต่มักถูกพิษภัยจากคน อื่นง่าย
เพราะชอบคนมาป้อย้อ เอาใจ ขี้อาย สงบเสงี่ยม ลึกลับ ซื่อตรง
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจ รัก สันติ และความสงบ อ่อนโยน
ชอบเอาอกเอาใจคนอื่นใจเย็น ไว้ใจได้ เห็นค่าคนอื่น ใจดี
เคร่งศีลธรรม รักการเดิน ทาง รักการเป็นจุดสนใจ ชอบตกแต่งบ้านเอง
รักข้าวของแปลกๆ การงาน มีพรสวรรค์เรื่องดนตรี
ความรัก เนื้อคู่ของคนเดือนนี้จะมีรูปร่างไม่สูงไม่เตี้ย
หุ่นกำลังดี พูดจาคารมเหลือร้าย มี
ความรู้ความสามารถ และชอบชีวิตสุขสงบ เรียบงาย ไม่
ฟุ้งเฟ้อเกินตัว ถ้ารู้จักเข้าใจ นิสัยเดี๋ยวดี
เดี๋ยวร้ายของคนเดือนนี้ได้ก็จะอยู่กันยั่งยืนครับผู้ที่เกิดเดือนนี้ต้องได้คู่ ที่ช่วยงานกันได้
ถ้ามีลูกคนแรกเป็นลูกสาวจะไม่ค่อยได้ ดั่งใจนัก ข้อเสีย
มักจะวางมือได้ง่ายจากสิ่ง ที่คิดและทำไว้ ใจอ่อน ชอบประเมินคนอื่น
เจ้าคิดเจ้า แค้น เพ้อฝัน ใจเร็วไปนิดถ้าคิดจะลงหลักปักฐานกับใคร หงุดหงิดง่าย

.:
เมษายน - จิตใจดี:.

ลักษณะทั่วไปผู้ที่เกิดเดือนนี้มักเป็นคนจิตใจดีแต่พูดจาออกไปไม่ดีนัก
แต่ก็มีคนชื่นชม เอ็นดูพอควร ไม่นิยมเรื่องจุกจิกน่ารำคาญใจกระตือ
รือร้น ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เข้มแข็งเด็ดขาด
เป็นที่รักของผู้คน ชอบปลอบโยน มนุษย์สัมพันธ์ดี
ชอบเสนอแนะแก้ปัญหาให้คนอื่น กล้าหาญชอบผจญภัย สุภาพเอื้อเฟื้อ
ความจำดี ไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบกระตุ้นทั้งตัวเองและคนรอบข้าง
การงาน ดวงชะตามีหนทางรุ่งเรือง มีชื่อเสียง
ความรัก เนื้อคู่ ของคนเดือนนี้ ควรมีผิวขาวหรือผิวเดียวกันรูปร่างล่ำสัน หรือสูงกำลังดี
หน้ากลมอิ่มเอิบสุขุมรอบคอบและมี วาทศิลป์ ช่วยเหลือให้กำลังใจ
หรือคำปรึกษาที่ดีได้เป็นคนขยัน และปราดเปรียวผู้ที่เกิดเดือนนี้ถ้าได้คู่ที่เด่นกว่า
ในด้านใดด้านหนึ่งถือว่าเยี่ยมมาก ถ้าได้ลูกสาว คนแรกจะมีวาสนาดี
ข้อเสีย ใจอ่อน อย่างไม่น่าเชื่อ
เจ้าอารมณ์เจ้าคิดเจ้าแค้น และก้าว ร้าวไม่เบา ขี้หึงมาก

.:
พฤษภาคม - ชะตาราบเรียบ:.

ลักษณะทั่วไป ผู้ที่เกิดเดือนนี้เป็นผู้มีชะตาราบเรียบไม่โลดโผนตื่นเต้น
ไม่ต่อยแสดงอารมณ์มากนัก ชอบความมั่นคง มีจุดยืนของตัวเอง
จินตนาการกว้างไกล ไม่ชอบอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน รักการเดินทาง
สบายๆ ไม่ต้องเสี่ยง ใจแข็งเป็นหิน ตั้งใจมั่น แรงจูงใจสูง
หลักแหลม เป็นผู้ตามมากกว่าเป็นผู้นำ ละเอียดรอบคอบ
ชอบปลอบโยนผู้อื่น มีระบบระเบียบ มีสัมผัสพิเศษ เข้าอกเข้าใจ
มีเสน่ห์ ชอบการเป็นจุดสนใจ มีอิทธิพล รักครอบครัว
การงาน ไม่ชอบหยุดนิ่ง ทำงานหนัก ความรับผิดชอบสูง
ความรัก เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ เป็นคนรูปร่างกำลังดี
ดวงตาสดใสน่ามอง คิ้วสวยได้รูป เป็นคนชอบทำบุญมี
ลักษณะ ของผู้ใหญ่หรือผู้ดี รู้จักกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าว เห็นแก่ตัว
ผู้ที่เกิดเดือนนี้ถ้าคู่มีกำลังช่วยเสริม จะยิ่งทำให้รุ่งเรือง
ลูกคนแรกหากเป็น ผู้ชาย ถือว่าจะนำเกียรติมาสู่วงศ์ตระกูลในวันหน้า ข้อเสียไม่ ค่อยคิดเริ่มต้นสร้างสรรค์ ดื้อดึง โกรธง่ายเพ้อฝันสุรุ่ยสุร่าย
.:
มิถุนายน - มีสองชะตา:.

ลักษณะทั่วไป ผู้ที่เกิดเดือนนี้มี 2ชะตา
ถ้าไม่ใช่คนคุยเก่งชอบสังคม ก็จะเป็นคนเงียบขรึม
ไป เลย แต่ส่วนมากจะมีความสามารถนำตัวเองให้ก้าวถึงจุดฝัน ได้
ถ้าไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ จิตใจอ่อนไหว แบบรักง่าย ตัดง่าย
ใจอ่อนกับคนใจดี สุภาพ พูดจาเบา อ่อนไหวสนุก สนาน มีอารมณ์ขัน
ชอบเรื่องตลก มีทักษะดีในการโต้แย้ง ช่างพูดช่างคุย
เป็นมิตรรู้ว่าจะหาเพื่อนได้อย่างไร อดทน ชอบแสดงออก ชอบการบริหาร
การงาน คิดการณ์ไกล หัวก้าวหน้า
มีความคิดสร้างสรรค์มากมาย ชอบคิดค้น ความรัก
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ มีลักษณะเพรียวบาง ใบหน้าเรียวสวย
มีความคิดอ่าน ลึกซึ้ง รู้จักพูดจาดีและถ้ารู้จักอดทนก็จะอยู่
กันยืด เพราะทั้งคู่อาจจะไม่ได้อยู่ชิดใกล้หวานชื่นกัน
นักผู้ที่เกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่ซื่อสัตย์
ลูก คนแรกเป็นผู้ชายจะดีแต่ถ้าได้ลูกสาวก็ไม่มีผล
ร้าย ข้อเสีย ขี้ลังเล ไม่รักษาเวลา
จุก จิกช่างเลือกอยากจะได้ของที่ดีที่สุดเสมอ
อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ชอบฝันกลางวัน
เสียใจง่ายถ้าเสียใจต้องใช้เวลานานใน การเยียวยา ชอบแต่งตัว
ขี้เบื่อ หัวรั้น ถือคติแปลกๆ ว่าใครประจบประแจงรักเรา คือศัตรู


.: กรกฎาคม-ปากร้ายใจดี:.

ลักษณะทั่วไป
ผู้ที่เกิดเดือนนี้เป็นคนปากร้าย ใจดีคือยามตำหนิติเตียนใครก็ทำด้วยใจหวังดี
แต่คนอื่นจะ ไม่ชอบ สำหรับการพูดจาโดยทั่วไปแล้วพูดไพเราะ
มักถูกคน เอาเปรียบได้จึงไม่ควรวุ่นวายกับใครมากนัก
ต้องเลือกคบ คนที่จริงใจมากๆ ต่อตนเอง อยู่ด้วยแล้วสนุก
เก็บความลับ ได้ แต่ยากที่จะเข้าถึงตัวตนที่แท้จริง เงียบถ้าไม่มี อะไร
ตื่นเต้น หยิ่งทะนงในตัวเอง มีความรับผิดชอบชอบ ปลอบ
โยนคนอื่น ซื่อตรง สนใจความรู้สึกคนรอบข้าง มี ไหวพริบ
เป็นมิตร ไม่ถือตัว ฉลาดเฉียบแหลม ไม่ผูกใจเจ็บใคร
ยกโทษให้แต่ไม่ได้แปลว่าลืม ไม่ชอบเรื่องงี่เง่าไร้ สาระทั้งหลาย
มีอิทธิพลต่อคนอื่นทั้งในด้านร่างกายและ จิตใจ อ่อนไหว
ไม่ไว้วางใจใครง่ายๆ ห่วงใยใส่ใจคน อื่น
ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเท่าเทียม เห็นอกเห็นใจ ชอบอยู่
คนเดียวเงียบๆการงาน ทำงาน หนัก เรียน
ดี ทุ่มเททุกอย่างให้งาน ความรัก เนื้อคู่ของ
คนเดือนนี้ มักมีวัยที่แก่กว่าหรืออ่อน กว่า รูปร่างสูง
มีเรื่องไม่เข้าใจกันเสมอ เพราะ ไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกต่อกัน
หากแก้จุดนี้ได้ จะเป็น คู่ชีวิตที่อบอุ่นและรุ่งเรืองได้ดีที่สุด
คนเกิดเดือน นี้จะได้คู่ที่ดวงตาสวย
ถ้ามีลูกสาวก่อนลูกชายจะมี เรื่องยุ่งยากใจ ข้อเสีย
อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ จนตามไม่ทัน หงุดหงิดง่าย เสียใจง่าย
ชอบตัดสินคน อื่นเพียงเพราะสิ่งที่สังเกตเอาเอง
เสียใจง่ายแถมต้อง ใช้เวลานานกว่าจะหาย

.:
สิงหาคม - เป็นผู้นำที่ดี:.


ลักษณะทั่วไป ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักมีคนรักใครชื่นชม
เป็นผู้นำที่ดีได้ และก็ชอบสร้างเกียรติ สร้าง
ชื่อ ให้คนยอมรับมากกว่าจะคิดแต่เรื่องร่ำรวย
จิตใจโอบอ้อมอารีต่อคนรอบข้าง ชอบเรื่องตลก มีเสน่ห์ สุภาพอ่อนโยน
ใส่ใจคนอื่นกล้าหาญไม่เคยกลัวอะไรทั้งสิ้น
มั่นคงเด็ดเดี่ยวเป็นผู้นำเต็มตัว
รู้ว่าต้องดูแลปลอบโยนคนอื่นอย่างไร เคร่งศีลธรรม
ความคิดอิสระไม่ค่อยเหมือนใคร รักทั้งการเป็นผู้นำและถูกนำ
อ่อนไหวแต่ไม่ค่อยจะอยากยอมรับ รักใคร่และห่วงใยคน
อื่น ชอบคบหาเพื่อนฝูงใหม่ๆ การงาน
เป็น คนอารมณ์ละเมียด ช่างฝัน มีพรสวรรค์เรื่องศิลปะ
ดนตรี และกลไกการป้องกันตัว ความรัก
เป็นคนโรแมนติค เนื้อคู่ของคนเดือนนี้อาจเป็นคนต่าง
ชาติหรือลูกครึ่ง จิตใจทิฐิ ดื้อดึง เชื่อมั่นในตัว
เอง สูง ถ้าอารมณ์เสียจะปากร้าย แต่ก็ขยันหมั่นเพียร
หวังก้าวหน้าก้าวไกลร่วมกับคนเดือนนี้
คนเกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่อยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่า
ลูกคน แรกจะดีมากถ้าเป็นชาย ข้อเสีย เอื้อเฟื้อเกินไป
มั่นใจตัวเองเกินไป เรียกร้องต้องการการยกย่องนับถือ
มุ่งมั่นแรงกล้าสุดๆ แถมโกรธง่ายเกินเหตุ
โดยเฉพาะเมื่อถูกแหย่หรือกระตุ้น ขี้หึง หุนหัน
พลันแล่น ยุ่งเหยิงวุ่นวายตลอดเวลา

.:
กันยายน - มีเสน่ห์มัดใจ:
.
ลักษณะทั่วไป ผู้ที่เกิดเดือนนี้มีเสน่ห์มัดใจ
คนด้วยคำพูด เป็นผู้มีรสนิยมดี ช่างคิดช่าง
ไตร่ตรอง จิตใจอ่อนโยนต่อคนทั่วไป
สุภาพอ่อนโยน ประนีประนอม ระวังตัวแจ
วางขั้นตอนชีวิตอย่างเป็นแบบแผน เงียบ..แต่จริงๆมีทักษะในการพูดดีเยือกเย็นและสงบ
ใจดี เห็นอกเห็นใจคนอื่น รอบรู้เรื่องต่างๆ
ซื่อตรง อ่อนไหว ความจำดี ฉลาดและสนใจใฝ่รู้ชอบการแสวงหา
ความรู้ใหม่ๆ มีแรงจูงใจ เข้าอกเข้าใจ เก็บความลับอยู่
รักกีฬา กิจกรรมยามว่าง และการเดินทาง การ งาน
คนเดือนสิบสุขุมในเรื่องงาน ทำงานเก่ง ช่าง คิด ความรักเนื้อ
คู่ของคนเดือนนี้จะได้พบแบบ ไม่ทันตั้งใจ เป็นคนมีผิวขาว
รูปร่างไม่สูง ไม่ เตี้ย ใบหน้าสั้นอารมณ์รื่นเริงดี
ติดจะดูไร้สาระไป บ้าง คนเกิดเดือน
นี้อาจจะต้องแตกแยกกับคู่ก่อนจะได้แต่ง อีกครั้ง ลูกคน
แรกถ้าได้ลูกชายถือว่าเป็น มงคล ข้อเสียไม่
ค่อยมีเหตุผล ชอบตอกย้ำ จุดอ่อนคนอื่น ชอบการวิพากษ์วิจารณ์
ช่างเลือกโดยเฉพาะ เรื่องแฟน ไม่แสดงอารมณ์ซะจนเกือบจะเป็นคนเก็บกด

.:
ตุลาคม - รักทุกคนที่รักตัวเอง:.

ลักษณะทั่วไป รักการพูดคุยเป็นชีวิตจิตใจ
รักทุกคนที่รักตัวเอง รักการเจาะเข้าสู่จุด
ศูนย์กลางของเรื่องต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นคนชอบอยู่ท่าม
กลาง หมู่ผู้คน มีเสน่ห์ สุภาพนุ่มนวลจิตใจและรูปร่าง
สวย งาม ไม่โกหกเสแสร้ง พูดจาเก่งมัดใจคนได้ง่าย
เห็นอกเห็นใจคนอื่น ให้ความสำคัญกับเพื่อน
ชอบคบหาเพื่อนใหม่อยู่ เรื่อย
ชอบช่วยเหลือคนอื่นแม้ว่าเขาจะไม่ได้ขอให้ช่วย
เสียใจง่ายก็จริงแต่ไม่ต้องห่วงแป๊บเดียวก็หาย
เศร้า ชอบฝันกลางวัน
ความคิดบรรเจิด แถมยังไม่
สนใจว่าชาวบ้านจะคิดยังไง ใจแข็ง
มีสัมผัสพิเศษ พูดจา
นุ่มนวล รักและใส่ใจคนอื่น ชอบออกนอกบ้าน
ยุติธรรม การงาน รักการเดินทาง ศิลปะ และวรรณกรรม
ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักมีความสามารถสร้างฐานะตัวเองได้
แต่ไม่ค่อยได้สูงดั่งหวังเพราะไม่ทำอย่างเดียวให้ดีที่สุด
ความรัก เป็นคนโรแมนติ ค เป็นห่วงเป็นใย
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้เป็นคนสูงเพรียว
ริมฝีปากเล็กบางถ้าขยันทำงานด้วย
ก็จะสมพงษ์กันที่สุดแต่ถ้าขาดจุดนี้ ก็จะอยู่กันไม่นาน
และเนื้อคู่มักเป็นคน ปากร้าย หรือพูดมาก
ขี้หึงหวงแม้จะเจ้าชู้พอกัน คนเกิดเดือนนี้ถ้าอยู่กินกันแล้ว
จะมีฐานะดีขึ้น ลูกคนแรกเป็นชายหรือหญิงก็ถือว่าดีทั้งนั้น
ข้อเสีย อารมณ์ร้าย ขี้เหนียว เจ้าอารมณ์ ขี้หึงสุรุ่ยสุร่าย เชื่อคนง่าย
สูญ เสียความเชื่อมั่นง่ายมาก ค่อนข้างเจ้าชู้

.:
พฤศจิกายน - ยากจะเข้าถึง:.

ลักษณะทั่วไป ชอบคิดอะไรแปลกประหลาดไม่เหมือนคนอื่น
ความคิดล้านแปดเต็มหัว ยากที่จะเข้าถึง คิด
การณ์ ล้ำหน้า โดดเด่น
หัวไว มีความคิดแปลกๆ เยอะ มี
สัมผัส พิเศษ ใส่ใจ และชอบให้คำแนะนำ
มีแรงจูงใจในตัวเอง เป็นคนชอบอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบจิตใจดี
กระฉับกระเฉง เก็บความลับอยู่ อยากรู้อยากเห็น

รู้จักวิธีตะล่อมคุ้ยความลับชอบคิดอยู่ตลอดเวลา พูด
น้อย แต่อัธยาศัยดี กล้าหาญและเอื้อเฟื้อ อดทน ใจแข็ง มั่นคง
เด็ดเดี่ยว ถือคติตราบใดที่ยังมีความหวัง ตราบนั้น
ก็ ยังมีหนทางเสมอ
โกรธยากมากถ้าไม่ถูกยั่วจนถึงขั้น
จริงๆ ชอบอยู่คนเดียว รักบ้าน การงาน
ผู้ที่เกิดเดือนนี้ชอบที่จะหยิบจับทุกสิ่งเพื่อสร้างฐานะ
ของตัวเอง
ไม่คิดหวังพึ่งใครมากนัก มีเป้าหมายใน
ชีวิต ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
ทำงานหนัก มีความสามารถสูงไว้ใจได้
ชะตาชีวิตจะได้ดีเพราะลำแข้งตนเอง ความรัก
เป็นคนที่รักใครรักจริง โรแมนติค
แต่ไม่ค่อยสนใจสัมพันธ์จริงจังนัก เนื้อคู่ของคนเดือน
นี้จะมีผิวพรรณดี รูปร่างดี ใบหน้ามน
ชอบช่วยกันทำมาหากิน รักใคร่กันดีทั้งยามสุขทุกข์
แม้ขัดใจกันบ้างแต่ก็ไม่ทอดทิ้งกัน
คนเกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่เป็นคู่รักคู่กรรม
ลูกคนแรกจะเป็นคนมีปากเป็นเอก ข้อเสีย คิดอาฆาต
เจ้าอารมณ์ ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อย
อยู่แปรปรวนง่ายชนิดทำนายไม่ถูก หัวรั้น

.:
ธันวาคม - ชอบคิดวางอนาคต:.

ลักษณะทั่วไปผู้ที่เกิดเดือน
นี้มักเป็นคนที่ชอบคิดวางอนาคตไว้ก่อน เป็นคนใฝ่ดี

พยายามหาความรู้ ใส่ตัวจนรอบรู้ลึกซึ้ง
เมื่อรู้ว่าตัวเองฟุ่มเฟือยก็ควบคุมตัวเองได้
เป็นคนมีเพื่อนหลายรูป
แบบ
นิยมเก็บสะสมหรือแสวงหาสิ่งที่ตัวเองโปรด
ปราน
ชอบมีโลกส่วนตัวของตัวเอง ซื่อสัตย์และเอื้อเฟื้อ
เผื่อแผ่
กระตือรือร้นในการแข่งขันและปฏิสัมพันธ์กับ
ผู้ อื่น
อยู่ด้วยแล้วสนุกสนานดี รักการเข้าสังคม
มาก รักการได้รับการยอมรับ
รักการเป็นจุดสนใจ
รักการที่มีคนอื่นมารักตัวเอง รักเรื่องตลก
มีอารมณ์ขัน และมีเหตุผล ซื่อตรง ไว้ใจได้ ไม่เสแสร้ง

ไม่มีความหลงตัวเอง ยอมรับนับถือคนอื่นอย่างมากเสมอ

เกลียดการถูกบีบบังคับ การงาน มักต้องย้ายถิ่น
ถึงจะก้าวหน้าขึ้น ความรักคน
เกิดเดือนนี้มักได้คู่ช้ากว่าเพื่อน เพราะจะเลือกคนที่
เหมือนภาพวาดฝันไว้ให้มากที่สุด ทั้งเรื่องหน้าตาฐานะ
และนิสัยใจคอ เนื้อคู่จะมีรูปร่างสูงกำลังดี ผิวพรรณ
ละเอียดผ่องใส คนเกิดเดือนนี้จะมีคู่ที่พึ่งพาได้ ลูกคนแรกจะไม่ดีนักถ้าเป็นชาย

อีกอันนึงครับเอามาเล่นสนุกๆ แต่ทุกคนต้งซื่อสัตย์นะครับ
มีหมายเลข 1-9 คุณคิดว่าคุณจะเลือกหมายเลขไหนดี

เฉลยด้านล่างครับ



เลือกเสื้อหมายเลข 1
ความคิดความอ่านของคุณค่อนข้างเด่นชัด คุณไม่ใช่คนที่จะมานั่งลังเลเพราะแคร์ความคิดของคนอื่น คุณกล้าทำอย่างที่ตนคิด รักอิสระ เกลียดการควบคุมบงการ แต่ชอบเจ้ากี้เจ้าการ ชอบให้คนนับถือยกย่อง ขี้ใจน้อย โกรธง่ายโมโหร้าย แต่ถ้าเอาใจดีๆก็หายเร็ว เป็นคนที่มีความคิดริเริ่มเป็นหนึ่งเสมอ

เลือกเสื้อหมายเลข 2
คนที่เลือกเบอร์2 เป็นคนที่มีความคิดในเชิงจิตนาการสูงเป็นพิเศษ ในตัวมีทั้งความอ่อนโยนและความแกร่งกล้าผสมผสานกันอย่างน่าทึ่ง มีความเป็นนักคิดและนักบริหาร มีความโรแมนติกพอตัว เป็นคนเด็ดขาด มั่นคง มักมองการณ์ไกล ฉลาดรอบคอบ ชอบเป็นผู้นำเก็บความลับเก่ง คิดเก่งกว่าปฏิษัติ รักความสงบเงียบ

เลือกเสื้อหมายเลข 3
ถ้าคุณเลือกเบอร์นี้ ก็แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง ไม่น้อยเลย แต่ด้วยความที่มีหัวใจและวิญาณเป็นสายลม คุณก็ค่อนข้างจะทำตัวลอยไปตามลมและตามแต่ใจตัวเองอยู่เสมอ คุณเป็นคนใฝ่รู้ รักเพื่อน ใจอ่อน ไม่ค่อยมีพิษภัยกับใคร ในความคิดและจิตใจของคุณมีแต่ความรื่นเริงสุขสันต์มากกว่าความเครียด

เลือกเสื้อหมายเลข 4
คนที่ชอบหมายเลข 4 นี้เป็นคนอีกคนหนึ่งที่มีความคิดอ่านอยู่ระดับไม่ธรรมดาเลย ความคิดของคุณค่อนข้างก้าวล้ำยุคและซับซ้อนลึกซึ้งเกินกว่าใครจะเข้าถึงได้ง่ายๆ คุณเป็นคนค่อนข้างจะแปลก ปากร้ายปากคม ผู้คนเข้าใจคุณยาก มักทำในสิ่งเหนือความคาดหมายเสมอ หยิ่งทรนงไม่น้อย ช่างคิด ช่างเครียด ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร

เลือกเสื้อหมายเลข 5
ถ้าคุณเลือกหมายเลข 5 แสดงว่าคุณสามารถนำความคิดอ่านมาถ่ายทอดเป็นคำพูดหรือการเขียนได้ดี คุณเป็นคนรอบรู้ ไหวพริบปฏิภาณเป็นเลิศ กล้าเสี่ยงกล้าลุย ช่างคิดช่างวิพากษ์วิจารณ์สิ่งต่างๆรอบข้าง คุณเป็นคนเบื่อง่าย อ่อนไหวง่าย ชอบความโดดเด่น มีเสน่ห์ต่อคนทั่วไป เป็นได้ทั้งคนแสนสุขและแสนเครียด

เลือกเสื้อหมายเลข 6
ถ้าคุณเลือกเบอร์ 6 แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีความคิดในเชิงศิลปะค่อนข้างสูง อารมณ์และความคิดของคุณละมุนละไมเป็นได้ทั้งเปลวไฟและสายฝน คุณมีความรักในธรรมชาติ โรแมนติก รสนิยมดี ถือเกียรติถือศักดิ์ศร๊ ดื้อเงียบ มีเสน่ห์ อารมณ์ปรวนแปรง่าย มีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวสูง ใฝ่รู้ ใจบุญ และมองโลกในแง่ดี

เลือกเสื้อหมายเลข 7
คนที่เลือกเบอร์ 7 แสดงว่าเป็นคนมีความคิดที่กว้างไกล มีหลักการเด่นชัด ไม่ชอบทำอะไรตามกระแส คุณไม่ชอบเรื่องไร้สาระ สายตาคู่คมกล้าของคุณมีแต่จะมองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น แน่วแน่ มีความเป็นผู้นำ ทำอะไรไม่เหมือนใคร ชอบความแตกต่าง ชอบทำบุญ รักทะเล-สายน้ำ มักให้คำแนะนำที่ดี สนใจเรื่องลึกลับ รักความเป็นส่วนตัวสูง

เลือกเสื้อหมายเลข 8
ถ้าคุณเลือกเบอร์ 8 แสดงว่าคุณมีความคิดที่ค่อนข้างเป็นระบบระเบียบมาก แต่ไม่ชอบคนชอบโอ้อวดความคิดตน ในทางตรงข้ามคุณจะชอบอยู่สงบๆตามลำพัง ไม่ใช่คนช่างเจรจา แต่ซ่อนเป้าหมายอันสูงไกลไว้ในใจเสมอ คุณมีความอดทนสูง ไม่บ้ายอ ฉลาด สุขุมรอบคอบ จัดการแก้ปัญหาเก่งพลังใจเข้มแข็ง แต่มักเหงาลึกๆ

เลือกเสื้อหมายเลข9
คนที่เลือกเบอร์ 9 มักเป็นคนที่มีความคิดเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นสูงบางครั้งอาจดูเป็นคนหัวดื้อ แต่จริงๆแล้วแสวงหาการยกย่องยอมรับจากคนรอบข้างเสมอ คุณเป็นคนจริงใจ รักสนุก ขี้งอน ขี้ใจน้อย ไม่โกรธใครนาน มักตัดสินใจเหมือนเด็กๆที่เอาแต่ใจตัวเอง เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย ไม่กลัวปัญหา มีความรอบรู้ รักใครทุ่มหมดหัวใจเลย


ดูกันไปแล้วก็อย่างมงายมากนะครับ
ทุกสิ่งไม่ว่าอะไรก็ตามผมมักพูดกับทุกคนเสมอว่า
"จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ"
โชคดีครับ

เรื่องที่ทุกคนหวาดกลัว 2012

22 ธันวาคม ค.ศ.2012 เป็นวันสิ้นศูนย์จริงหรือ
การทำนายนั้นอยู่คู่กับสังคมของเรามานาน โดยเฉพาะการทำนายธรรมชาติ เช่นการดูสีของท้องฟ้า ก้อนเมฆ สายลม ดวงดาว แม้กระทั่งการมองเห็นด้วยจิต ที่สามารถหยั่งรู้ฟ้าดินและธรรมชาติได้ เหมือนที่เคยฮือฮากันไปเมื่อหลายปีก่อน เมื่อนาย กอร์ดอน (Gordon-Michael Scalion) ชาวอเมริกันที่เคยเสียชีวิตเมื่อปี 1979 แต่กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็อ้างว่า ได้รับพรสวรรค์ที่หยั่งรู้อนาคต เขามักจะเดินทางไปอยู่บนพื้นที่สูงๆ บนภูเขา แล้วมองลงมาเห็นภาพในอนาคต โดยเฉพาะภาพของเมืองที่เปลี่ยนไป และโลกที่จะเกิดขึ้นมาใหม่

คนที่เชื่อถือนายกอร์ดอนนั้นมีไม่น้อย เพราะได้เคยฝากผลงานการทำนายที่แม่นยำเอาไว้ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวในลอส แองเจอริส เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2535, เหตุการณ์แผ่นดินไหวในแคลิฟอร์เนียเมื่อ มกราคม 2537 รวมอีกหลายเหตุการณ์ที่เขาทายไว้แล้วก็ถูกเผง

แต่ที่น่าตื่นเต้นที่สุด ก็เห็นจะเป็นการทำนายเมื่อปี พ.ศ.2521 ซึ่งเขาเห็นตัวเองลอยอยู่เหนืออวกาศ แล้วมองลงมาบนโลก ด้วยภาพแผนที่โลกใหม่ เขาจึงใช้เวลาอยู่ 4 ปี ที่จะร่างแผนที่โลกอนาคตที่เห็นคนเดียวนั้นออกมาสู่สายตาชาวโลก พร้อมทั้งให้คำอธิบายไว้ว่า โลกที่แปรเปลี่ยนไปนี้จะเกิดจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ทำให้ทวีปของโลกเคลื่อนไปหมด และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1998-2012 หรือ พ.ศ.2541-2555 นั่นเอง


แผนที่โลกใบใหม่ โดย Gordon-Michael Scalion ทำเสร็จเมื่อปี 2525

ความเชื่อนี้สอดคล้องกับคำทำนายของอีกหลายคน เช่น นาย ฮูเซลีนโย่ (Juseleeno ) ชาวบราซิล ที่มองเห็นอนาคตล่วงหน้าด้วยตานิมิต สิ่งที่เขาเห็นแบบเดียวกับกอร์ดอนเห็นก็คือ โลกจะพังพินาศด้วยภัยธรรมชาตินานัปการ เป็นต้นว่า ในปี 2551 นี้ ญี่ปุ่นจะเกิดแผ่นดินไหว รวมถึงจีน มีการเสียชีวิตนับล้านคน และจะเกิดการก่อการร้ายครั้งใหญ่ในอเมริกา ปี 2553 ทวีปแอฟริกาจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำอย่างหนัก และปี 2554 จะเกิดโรคไวรัสสายพันธุ์ใหม่ฆ่ามนุษย์ วิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ จนถึงปี 2557 ดาวเคราะห์ขนาดเล็กจะชนกับโลก จนถึงปี 2558 มนุษย์จะตายเพราะทนความร้อนไม่ได้

สำหรับ “อูแรนเดอร์ โอลิเวียร่า” ผู้ซึ่งอ้างว่าเคยได้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวผู้โด่งดังนั้น ก็อ้างว่าเขามีโทรจิตที่เห็นภาพอนาคตจากการบอกเล่าของมนุษย์ต่างดาว ว่าในปี ค.ศ.2012 นั้น จะมีแสงสว่างมากที่สุดในกาแลกซี่และสะท้อนไปยังดาวเคราะห์ที่โคจรรอบตัว สิ่งมีชีวิตและโลกจะปั่นป่วนอย่างยิ่ง

ด้วยความเชื่อเหล่านี้ บวกกับความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ จึงมีผู้คาดการณ์วันอันน่าระทึกเอาไว้ที่วันที่ 21 เดือน ธันวาคม ค.ศ.2012 นั้นเป็นวันเริ่มต้นกระบวนการดับสูญของโลก หรือ “Doomsday -21/12/12” โดยคาดการณ์ว่าเป็นวันที่พระอาทิตย์จะเดินทางมาอยู่ยังศูนย์กลางของกาแลกซี่ ทำให้โลกดวงเล็กๆ ของเราคลอนโยกเยกและปลิวไปมา กระทั่งอาจจะต้องดับสูญลงไป โดยขณะนี้มีผู้จำลองเหตุการณ์ของ Doomsday แบบมัลติมีเดียไว้ในเวบไซต์ของ YouTube มากกว่า 20 ชุด เช่นวิดีโอด้านล่างนี้ ถูกบรรจุโดยผู้ใช้ชื่อว่า AfroDude เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายนของปีนี้

มีผู้อธิบายปรากฏการณ์นี้ในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า เกิดจากการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้คอมพิวเตอร์ Hyderabad คำนวณการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้สลับตำแหน่งกัน ว่ามีคุณสมบัติแม่เหล็กพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ทุกๆ 11 ปี และจะก่อพลังงานสูงสุดได้ในปี 2012 อย่างไม่เคยมีมาก่อน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดเมื่อหลายล้านปีก่อน

อย่างไรก็ดี มีผู้ออกความเห็นมากมายที่ยังเชื่อว่า ปี 2012 อาจไม่ใช่วันสิ้นโลก แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นที่จะเห็นโฉมหน้าของโลกใหม่ เรากลับมาที่แผนที่โลกของนายกอร์ดอนอีกครั้ง ซึ่งแผนที่ฉบับนี้ (Future Map Of The World) ได้ระบุเหตุการณ์ไว้มากมาย สรุปที่สำคัญๆ ได้เป็นต้นว่า

ออสเตรเลียจะเสียแผ่นดินไป 25% จากน้ำท่วม, นิวซีแลนด์จะมีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะแผ่นดินเก่าและใหม่จะเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน นิวซีแลนด์ห่างไกลจากทะเลมาก แอฟริกาจะถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน แม่น้ำไนส์จะกว้างกว่าเดิมมาก ทะเลแดงจะกว้างออกทำให้ "โคโร" จมหายไปในทะเล เช่นเดียวกับเกาะมาดากัสการ์

จะมีแผ่นดินเกิดใหม่ในทะเลอาหรับ ทะเลสาปวิคอเรียจะรวมเข้ากับทะเลสาบยาซาไหลสู่มหาสมุทรอินเดีย ส่วนอเมริกาใต้จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ลุ่มน้ำอะเมซอนจะกลายเป็นทะเลปิดแบบเดียวกับทะเลสาปสงขลา ในแมกซิโกจะเกิดภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหวต่อเนื่องยาวนาน 25 ศตวรรษ ส่วนยุโรปตอนเหนือจะจมลงทะเล เหลือแค่เกาะเล็กๆ รัสเซียจะแยกจากยุโรป เกิดทะเลใหญ่ยาวมาก ฝรั่งเศสจะจมน้ำเหลือแต่กรุงปารีส ทางน้ำใหม่จะแยกสวิสเซอร์แลนด์ออกจากฝรั่งเศส และอิตาลี เวนิส เนเปิ้ล รวมถึงโรมจะจมน้ำหายไปในทะเล ฯลฯ

แผนที่โลกใบใหม่ในส่วนเอเชีย และส่วนขยายประเทศไทย

มาดูฝั่งเอเชียของเรากันบ้าง แผนที่ใหม่นี้ได้บอกว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จะทำให้เกิดน้ำท่วมตั้งแต่ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ไปจนถึงทะเลแบริ่งซึ่งอยู่ระหว่างอะลาสก้ากับรัสเซีย เกาะญี่ปุ่นจึงจะจมหายไปหมด เหลือไว้แค่ 2-3 เกาะเท่านั้น ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ และไต้หวันกับเกาหลี ก็จะหายจมไปในทะเล ดังนั้น แนวฝั่งของจีนก็จะร่นเข้าไปในแผ่นดินใหญ่หลายร้อยไมล์ทีเดียว อินโดนีเซียจะถูกทำลาย เช่นเดียวกับฟิลิปินส์ เอเชียจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สูงมากเพราะตั้งอยู่บน 3 ทวีป ส่วนไทยนั้นอยู่บนแผ่นทวีปของ ยูเรเซี่ยน ซึ่งจะเกิดการยกตัวให้สูงขึ้น แผ่นแปซิฟิกจะเคลื่อนไป 9 องศา ดังนั้น บางส่วนจะมุดตัวลง บางส่วนจะยกตัวขึ้น

ผลสรุปการทำนายก็คือ ประเทศไทยจะยังเหลืออยู่บางส่วนตามภาพที่ขยายออกมา ซึ่งคงได้ยินกันมาอยู่บ้างว่า ประเทศไทยจะเหลือมากที่สุดคือภาคเหนือ ส่วนอีสานบางส่วน และภาคใต้จะจมลงไปในทะเลพร้อมกับมาเลเซีย สิงคโปรและอินโดนีเซีย ส่วนชายฝั่งทะเลจะมาอยู่ที่ชัยภูมิ เพรชบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัยและตาก และแม่น้ำโขงจะกลายจากแม่น้ำเป็นทะเล

สำหรับในบ้านเรา คุณหมอประสาน ต่างใจ เคยพูดเอาไว้ในงานเสวนา “พุทธศาสตร์กับอนาคตโลก” ถึงการละลายของน้ำแข็งบนยอดเขา จำนวน 19 ร้อยล้านตันว่าจะใช้เวลาอีกราว 5-7 ปี ซึ่งละลายหมดในปี ค.ศ.2012 เช่นเดียวกันกับปฏิทิน 22 ของชาวเผ่ามายา ได้ทำปฏิทินเอาไว้ที่ 5,000 ปี โดยแต่ละเดือนจะมี 20 วัน โดยเชื่อว่า โลกในวันสุดท้ายคือ 22 ธันวาคม ค.ศ.2012 พระเจ้าของพวกเขาจะปรากฏ

อีกในนึงทฤษฎีนี้คิดค้นขึ้นโดยชนเผ่ามายัน วันดังกล่าวถือเป็นวันสิ้นสุดปฏิทินลอง เคาต์ (Long Count) หรือ ปฏิทินลำดับที่ 3 ของชาวมายัน โดยปฏิทินลอง เคาต์ เล่มล่าสุดนั้น เริ่มต้นในปี 3114 ก่อนคริสตกาล และจะดำเนินต่อเนื่องเป็น 13 รอบบักตุน (baktun) กินเวลาทั้งสิ้นราว 5,126 ปี บวกลบออกมาแล้วก็ตรงกับปี 2012 พอดิบพอดี

การเริ่มต้นของ 13 รอบบักตุน เรียกได้อีกอย่างว่า อาทิตย์ดวงที่ 5 ซึ่ง ช่วงเวลาดังกล่าวจะเวียนมาบรรจบเพื่อก่อกำเนิดดวงอาท ิตย์ครบ 5 ดวง ในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 โดยคำทำนายระบุเอาไว้ว่า ในวันนั้นโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร ไล่เรียงตั้งแต่ภัยธรรมชาติที่จะทำลายทุกสิ่งไปจนถึง สงครามอภิมหาโลกาวินาศ จนไม่มีมนุษย์คนใดมีชีวิตรอด ซึ่งอย่างหลังนี้อาจเชื่อมโยงได้กับทฤษฎีสงครามโลกคร ั้งที่ 3 ของนอสตราดามุส โหราจารย์ชื่อก้อง

สถานการณ์น่าระทึกในวันอวสานโลกข้างต้นตามจินตนาการข อง อง โคลด โคเวน นักเขียนหนังสือแนวอภิปรัชญาชาวฝรั่งเศส บรรยายว่า ให้นึกถึงภาพตัวเองอยู่ในสถานีรถไฟอันแออัดตอนเช้า แล้วทันใดนั้นก็เกิดเหตุโกลาหลครั้งใหญ่ทั้งธรรมชาติ แปรปรวนและระบบ คอมพิวเตอร์หรือระบบควบคุมการทำงานของเครื่องจักรเคร ื่องยนต์ต่างๆ ขัดข้อง จนเป็นเหตุให้ขบวนรถไฟในชานชาลาพากันวิ่งออกไปคนละทิ ศ คนละทาง คล้ายกับซี่วงล้อเกวียน

ในสถานการณ์อันเลวร้ายเช่นนั้นยังกดดันให้คุณจำเป็นต้องเลือกขึ้นรถไฟสัก ขบวน อย่างน้อยก็ยังรอดจากการโดนรถไฟทับตาย แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่คุณไม่มีทางรู้เลยว่า รถไฟขบวนที่หลับหูหลับตาขึ้นไปนั้นจะพาคุณไปไหน

น่าแปลกที่นอกจาก 212012 จะเป็นวันสุดท้ายของปฏิทินชนเผ่ามายันแล้ว ยังมีข้อมูลทางดาราศาสตร์ที่ระบุไว้ว่า จะ เกิดพลังงานลึกลับที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล โดยในเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุดในช่วง ฤดูหนาวของปี 2012 นั้น ดวงอาทิตย์จะอยู่ในระนาบเดียวกับใจกลางของทางช้างเผื อกเป็นครั้งแรกในรอบ 2.6 หมื่นปี ซึ่งหมายความว่า พลังงานทุกประเภทจากใจกลางของทางช้างเผือกจะถาโถมและ เกิดการปะทะกับพลังงาน ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นของโลกในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 เวลา 23.11 น. (11.11 pm ตามเวลาสากล)

สมมติว่า มีมนุษย์เหลือรอดบนโลก ก็ไม่อาจรู้ว่าจะจำตัวเองได้หรือไม่ เนื่องจากพลังงานทั้งหลาย แหล่ข้างต้นจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ ดีเอ็นเอ นำมาซึ่งการกลายพันธุ์ หรือสรุปคร่าวๆ ได้ว่า ถึงตอนนั้นโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง คนที่รอดต้องดิ้นรนสร้างสิ่งต่างๆ นับจากศูนย์

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทางธรณีวิทยาที่ชี้ว่า ปี 2012 คือปีที่ซูเปอร์โวลคาโน หรือภูเขาไฟใต้น้ำครบกำหนดเวลา 7.4 หมื่นปีที่จะทำลายหรือระเบิดตัวเอง โดยสัญญาณเตือนภัยครั้งล่าสุด คือ โศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2004 ที่บอกให้ชาวโลกรู้ว่า โครงสร้างพื้นผิวโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และการระเบิดของซูเปอร์โวลคาโนอาจไม่ใกล้ไม่ไกลบริเว ณที่เคยเกิดสึนามิมา ก่อน

และเป็นที่น่าสังเกตว่า ระยะหลังมานี้ เกิดเหตุแผ่นดินไหว ดินถล่ม และน้ำในแม่น้ำหรือทะเลสาบเหือดแห้งบ่อยครั้งทั่วโลก เป็นไปได้ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่าโครงสร้างของพื้นผิวโ ลกกำลังขยับและเปลี่ยน แปลงตัวเองโดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว

เหตุผลสนับสุนอื่นๆของทฤษฏีนี้นะ(มีทฤษฏีอื่นที่หักล้างกันอยู๋แต่วันนี้ไม่ไหวเปนว่างๆแระกานนะ)

แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ทำนายการพลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก อาจนำมาสู่การสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์ในปี 2012


จากการทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์ ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน เมื่อสวัสดีคร้าบจำพวกไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น

ในการค้นคว้าวิจัยส่วนตัวและของบริษัท ได้วิเคราะห์หรือทำนายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Hyderabad ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวกับการยกระดับพลังงานขึ้นสูงสุด จะเกิดขึ้นในปี 2012 นี้

การพลิกกลับขั้วของแกนแม่เหล็กโลก คือกระบวนการเมื่อขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้กลับตำแหน่งกัน เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น, ที่จุดหนึ่งของเวลา สนามแม่เหล็กโลกจะลดลงเกือบจะถึงศูนย์เกาซ์ โลกที่จุดนั้นของเวลามีคุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นศูนย์ สิ่งนี้บังเอิญมาเกิดขึ้นพร้อมกัน กับการหมุนรอบพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ในทุกๆสิบเอ็ดปีพอดี

ในประวัตศาสตร์ของมนุษย์ยุคใหม่ ปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน แต่ในปัจจุบัน, แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้ ซึ่ง NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว มากล่าวถึงในที่สาธารณะเกี่ยวกับการพลิกกลับขั้วจะทำคุณสมบัติของแม่เหล็กของโลกอ่อน
แอและเบี่ยงเบนไป แต่ไม่ใช่ศูนย์

ตามแบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์ Hyderabad การพลิกกลับเกี่ยวกับขั้วของโลกและดวงอาทิตย์สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาที่จริงจั
งดังต่อไปนี้

- ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer)

- การอพยพของฝูงสวัสดีคร้าบ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ

- ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสวัสดีคร้าบรวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก

- ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น, เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม

- สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับอันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้

- กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น

-แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ถ้าคุณรวมเค้าเรื่องการทำลายล้างกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปได้เหล่านี้เป็นไปได้ทั้งหมด, คุณสามารถดูได้โดยง่าย, โลกอาจจะกลายเป็นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของมนุษย์เมื่อถึงปี 2012 และผู้ที่จะรอดได้นั้นอาจต้องมีชีวิตอยู่ใด้ดินหรือใต้เปลือกโลกเท่านั้น..

ยังไม่หมด

ทศวรรษแห่งความล่มสลาย

นพ.ประสาน ต่างใจ

ผู้เขียนย้ำแล้วย้ำอีกในคอลัมน์นี้มาเป็นเวลานานว่า ทศวรรษที่ 2010 โดยเฉพาะปี 2012 จะเป็นปีที่สรุปรวบยอดของสภาวะความพินาศระดับโลกแห่งชรวิตที่เรียกว่าความล่มสลายระด
ับโลก (mass extinction or spasm) อีกครั้งหนึ่งซึ่งจะเป็นครั้งที่ 6 ในประวัติศาสตร์ของโลกกายภาพหลังกำเนิดการของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับวิกฤติใหญ่หรือภัยธรรมชาติเช่นสึนามิ แผ่นดินไหวที่แคชเมียร์ หรือเฮอริเคนแคทรินาที่เรายังจำความโหดร้ายรุนแรงของมันได้ วิกฤติดังกล่าวเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ น้อยๆ สุดจะนำมาเทียบกันไม่ได้ ที่ผู้เขียนย้ำหรือเชิงคาดการณ์มานั้น - หากมองจากการคาดการณ์ที่มีรากฐานทางวิทยาศาสตร์บ้าง - การคาดการณ์ของผู้เขียนอาจเร็วกว่านักวิทยาศาสตร์หลายๆ คนไปหลายๆ ปี หรือหลายๆ ทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นเดวิด คิง, ฟริตจอฟ แคปร้า, เลสเตอร์ บราวน์, บิล จอย ฯลฯ ที่ผู้เขียนเคยเอามาเขียนและอ้างอิงไว้บ่อยครั้ง แต่ที่ผู้เขียนระบุว่าปี 2012 คือปีที่โลกแห่งชีวิตรวมทั้งมนุษยชาติและอารยธรรมจะถึงกาลล่มสลายอย่างใหญ่หลวงจนเสี
่ยงต่อการสิ้นสูญของเผ่าพันธุ์นั้น ผู้เขียนคำนวณจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นกว่าที่ไอพีซีซี (IPCC-UN) เคยคาดการณ์ให้ไว้ (โปรดเทียบข้อมูลที่ให้ไว้ครั้งแรกในปี 1995 กับรายงานครั้งหลังสุดเมื่อปีที่แล้ว) โดยเฉพาะอุณหภูมิที่ขั้วโลก กรีนแลนด์ และยอดภูเขาสูง นั่นคือการคำนวณปริมาณของน้ำแข็งที่ละลายกลายเป็นน้ำที่อาจก่ออุทกภัยและทำให้น้ำทะเ
ลมีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่าง น้ำแข็งจากยอดเขาสูงเช่นหิมาลัยแห่งเดียวได้ละลายกลายเป็นน้ำถึงวันละกว่าหนึ่งล้านตัน และอย่าลืมว่าเมื่อน้ำแข็งละลายถึงจุดวิกฤติ ก้อนน้ำแข็งจะแตกออกทำให้การละลายเพิ่มอัตราความเร็วเป็นทวีคูณโดยมาตรทางเรขาคณิต
นอกเหนือการละลายของน้ำแข็งจากโลกร้อน ผู้เขียนยังคำนวณจากประเด็นอื่นๆ เช่นปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ อัตราความถี่ของการย้ายแผ่นหินเปลือกโลกและแผ่นดินไหวกับภูเขาไฟระเบิด การย้ายสถานที่ของประชากรแมลง และประเด็นทางภูมิดาราศาสตร์อื่นๆ ทั้งหมดบังเอิญมาตรงกับคำทำนายของปฏิทินของชาวมายาที่ชาวนิวเอจแทบทุกคนเชื่อ ปฏิทินที่มาจบฉบับสุดท้ายไว้ที่ปี 2012 พอดี (the crash of 2012!)

ในเวปต่างประเทศได้สรุปสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2012 ไว้ดังนี้ครับ
1. Asteroid/Meteor/Comet - ancient, advanced civilisations have one distinct advantage over us - they may have observed the skies for longer, and may have spotted an orbit that will culminate in a collision with Earth in 2012. This is easily the most predictable disaster for 2012. With recent discussion of "dark comets", we have become aware of the possibility of our planet being struck with little or no warning.

Possibility this century 9
Possibility in 2012 8
Could Ancients Predict It? 10
TOTAL 27


--------------------------------------------------------------------------------


2. Coronal Mass Ejection (CME) from our Sun - a CME was behind the solar storm of 1859. It occurred in September of that year, causing the failure of telegraph systems across North America and Europe. Accompanying the storm were auroras that are normally only seen in the Arctic and Antarctic, but were visible as far south as the Caribbean. Typically we would expect a storm of 1859's magnitude cause power blackouts and wreck satellites. But do we really know how big they can get? In 2009 NASA told us to be wary of solar storms, and warned of the dangers to America's ancient overloaded power grid. Being without power for a few months, in the developed world, is a lot more serious than most people realise.


Possibility this century 10
Possibility in 2012 8
Could Ancients Predict It? 6
TOTAL 24


--------------------------------------------------------------------------------


3. Magnetic Pole Shift - pole reversals have been happening on average once every 400,000 years, with the most recent one being 730,000 years ago - so we are well overdue. Not only do we not know much about reversals, scientists are still unsure about how our magnetic field is generated. Long thought to be a by-product of the movements of liquid iron in our planet's core, recent studies are suggesting that our salty oceans might be the cause. Scientists suggest a geomagnetic reversal takes thousands of years and does no harm. They are wrong - it could just as easily happen overnight. No mechanism is known for the cause of the magnetic poles swapping places. Our magnetic field is known to be rapidly declining (10% in the last 150 years), and the magnetic North pole is moving around at an accelerating pace - it has been predicted it will move from Canada to Siberia in the next 50 years. These changes could be indicating an imminent reversal.



Possibility this century 8
Possibility in 2012 7
Could Ancients Predict It? 7
TOTAL 22


--------------------------------------------------------------------------------


4. Explosion from the black hole at the center of our galaxy - in 1983 Dr Paul LaViolette described the dangers of a Galactic core explosion. He explained that it would generate a cosmic ray superwave, and it would be signalled by a gamma ray burst (see below). He also warned us that a gravity wave might travel ahead of the superwave. If seems likely that the 2004 tsunami was caused by a gravity wave, because the accompanying GRB arrived just 21 hours later, and was the brightest ever observed, 100 times brighter than any other seen in recorded history. This gravity wave did not come from our galactic center, but if it had, perhaps the effects would have been much worse.


Possibility this century 8
Possibility in 2012 7
Could Ancients Predict It? 6
TOTAL 21


--------------------------------------------------------------------------------





5. Religious Apocalypse - or rapture, or "judgement day". Most religions predict such a day. Conspiracy theorists suggest that many world leaders have apocalyptic beliefs, and may even be attempting to cause Biblical prophecy to be fulfilled in 2012 via their actions. If it helps, the Bible says “But of that day and hour knoweth no one, not even the angels of heaven, neither the Son, but the Father only.” But then again, maybe God changed his mind since the Bible was written, and told some people the date of the apocalypse? Maybe he told the ancient Mayans? Possibilities could be argued ad infinitum

Possibility this century 6
Possibility in 2012 6
Could Ancients Predict It? 8
TOTAL 20


--------------------------------------------------------------------------------


6. Alien Invasion - no evidence, but plenty of believers! Tied in with this are recent crop circles that have 2012 and Mayan themes. If aliens are the creators of crop circles, then one would expect the circles to be a warning of sorts.

Possibility this century 7
Possibility in 2012 6
Could Ancients Predict It? 7
TOTAL 20


--------------------------------------------------------------------------------


7. Gamma Ray Burst (GRB) - a 2004 study told us that a GRB from a distance of just one kiloparsec could destroy half of Earth's ozone layer. It suggests that historical mass extinctions may have been caused by GRBs. NASA explains how "gamma-ray radiation from a relatively nearby star explosion, hitting the Earth for only ten seconds, could deplete up to half of the atmosphere's protective ozone layer. Recovery could take at least five years. With the ozone layer damaged, ultraviolet radiation from the Sun could kill much of the life on land and near the surface of oceans and lakes, and disrupt the food chain."

Possibility this century 7
Possibility in 2012 7
Could Ancients Predict It? 5
TOTAL 19


--------------------------------------------------------------------------------


8. Crustal Displacement - a physical pole shift. The mechanism is not understood, and most theories are just wild guesses. However it seems quite likely we had one 12,000 years ago, and what goes around, comes around. Charles Hapgood provided substantial evidence for a pole shift at that time, and Allan and Delair have added to it in their book Cataclysm!: Compelling Evidence of a Cosmic Catastrophe in 9500 B.C. Take into account that Albert Einstein endorsed Hapgood's ideas, and we have something to worry about.

Possibility this century 6
Possibility in 2012 6
Could Ancients Predict It? 6
TOTAL 18


--------------------------------------------------------------------------------


9. Cosmic Rays - scientists have yet to work out where most high-energy cosmic rays come from. Either an increase striking our atmosphere, or a weakening of our shields, will let in more cosmic rays. They are already zipping through your body every second, and they could end up being our silent killers. As one example of their danger, airlines do not let pregnant women work on their inter-continental routes, because of the increased exposure to cosmic rays at those heights.

Possibility this century 8
Possibility in 2012 6
Could Ancients Predict It? 3
TOTAL 17


--------------------------------------------------------------------------------


10. Flu Pandemic - it might not be swine flu, but flu researchers say a deadly pandemic is not a case of if, but when. Our generation is generally unaware of how bad the pandemic of 1918 was - it killed 50 million people. It was the number one cause of death amongst soldiers in WW1. Being killed by the enemy came second.

Possibility this century 10
Possibility in 2012 6
Could Ancients Predict It? 1
TOTAL 17


--------------------------------------------------------------------------------


11. Nuclear War / WW3 / Biological War - although the Cold War is over, and less bunkers are being built, the threat is still very real. Tensions between the Koreas, and India & Pakistan are worrisome, as are the huge bunkers that the Russians have built. The Yamantau complex is large enough to protect 60,000 people!

Possibility this century 10
Possibility in 2012 5
Could Ancients Predict It? 2
TOTAL 17


--------------------------------------------------------------------------------


12. Supervolcano - these are real, they have caused great catastrophes in the past, and we have no idea when the next eruption will be. Some believe Yellowstone could explode again soon, as it has been exhibiting signs of unrest, with earthquake swarms, ground deformation and considerable heat and gas emissions. It it did erupt, expect half of the USA to be wiped out, and major variations in global climate for many years. For more information, watch documentaries by the BBC and Discovery Channel.

Possibility this century 7
Possibility in 2012 4
Could Ancients Predict It? 5
TOTAL 16


--------------------------------------------------------------------------------


13. Rise of the Machines - somewhere between Terminator and I Robot is an easy prediction: robots one day will have the capacity to rule the world. Are we stupid enough to allow it to happen?

Possibility this century 10
Possibility in 2012 2
Could Ancients Predict It? 2
TOTAL 14


--------------------------------------------------------------------------------


14. Global Warming - it will only take an increase of a couple of degrees to make life very difficult for most humans. Luckily for us, it is unlikely to wipe us out as early as 2012.

Possibility this century 9
Possibility in 2012 3
Could Ancients Predict It? 2
TOTAL 14


--------------------------------------------------------------------------------


15. Time Travel Error - someone from the future ventures into our past and causes a conflict in the time-space continuum... if it causes us harm in 2012, maybe someone managed to zip back in time and warn the ancients of it?

Possibility this century 6
Possibility in 2012 3
Could Ancients Predict It? 4
TOTAL 13


--------------------------------------------------------------------------------


16. Nanotechnology - while this might have health concerns when used in everyday products (ie sunscreen), the doomsday risk is when self-replicating little thingies are developed. Search for "grey goo". Fortunately 2012 seems too soon for some mad scientist to let the goo loose.

Possibility this century 9
Possibility in 2012 2
Could Ancients Predict It? 1
TOTAL 12


--------------------------------------------------------------------------------


17. Nearby Supernova - experts say that no supernova candidates are close enough to harm us. But how many supernovas have they observed? This is where, after the fact, scientists proclaim "but of course!"

Possibility this century 5
Possibility in 2012 4
Could Ancients Predict It? 3
TOTAL 12


--------------------------------------------------------------------------------


18. Genetic Modification - we blindly take vaccinations, and we might be sheep when it comes to "gene therapy" as well. Our desire to live longer might just be our undoing.

Possibility this century 8
Possibility in 2012 3
Could Ancients Predict It? 1
TOTAL 12


--------------------------------------------------------------------------------


19. Nuclear Accident - nothing is foolproof. We've had such accidents in the past, and a bigger accident is totally possible. Hard for the ancients to predict, though.

Possibility this century 8
Possibility in 2012 2
Could Ancients Predict It? 1
TOTAL 11


--------------------------------------------------------------------------------


20. Ice Age - right now the buzz is about "global warming", yet a mere thirty years ago we were worried about an impending Ice Age. There is evidence that parts of our climate system work more like a switch than a dial, and if a certain level of temperature is reached, it may cause what is known as "abrupt climate change". See the movie "The Day After Tomorrow" for how it might work.

Possibility this century 6
Possibility in 2012 1
Could Ancients Predict It? 2
TOTAL 9


--------------------------------------------------------------------------------


21. Solar System Falls Apart (butterfly effect) - to the best of our knowledge, everything is OK for a long, long time. However simulations have shown how Mercury could cause Earth and Mars to collide a few billion years from now. But throw a stray comet or Planet X into the mix, and our solar system could turn into a catastrophic pinball machine any old time.

Possibility this century 0
Possibility in 2012 0
Could Ancients Predict It? 4
TOTAL 4


--------------------------------------------------------------------------------


22. Large Hadron Collider - scientists tinkering with something they think they understand the risks of, but what if there's a 0.000001% chance their black hole calculations are wrong? Is it worth the risk? Originally we were told by CERN scientists that it was impossible for a black hole (that might gobble up the entire planet) to be created by the LHC, because it "would decay before it had the chance to do any damage". This has recently been updated to "the growth of black holes to catastrophic size does not seem possible.”

Possibility this century 1
Possibility in 2012 1
Could Ancients Predict It? 0
TOTAL 2

ทั้งหมดทั้งปวงเป็นเพียงแค่ความเชื่อส่วนบุคคล
อนาคตข้างหน้าสิ่งเหล่านี้อาจจะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ใครจะไปรู้
ดังนั้นวันนี้ทำหน้าที่ของตนให้ดีและสมบูรณ์ที่สุดก็เพียงพอแล้ว
ขอบคุณครับ

การออกกำลังกายโดยการเล่นเวท

การเล่นเวท

ไม่มีโปรแกรมออกกำลังกายไหนสมบูรณ์ได้โดยไม่มีการฝึกเล่นเวท ในขณะ ที่คุณต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิก
เพื่อให้หัวใจและปอดมีสุขภาพดี คุณก็ ต้องเล่นเวทเพื่อรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก และกลไก
การเผาผลาญ ของร่างกายเช่นกัน เรื่องน่าสนใจก็คือ การเล่นเวทนั้นง่ายและสะดวก คุณสามารถ พบเวทได้
ในทุก ๆ โรงยิม หรือไม่ก็ซื้อเวทมาเล่นเองที่บ้านได้

มือใหม่หัดเล่น
หากคุณไม่เคยยกเวทมาก่อนเลย ให้หาผู้ฝึกมาคอยให้คำแนะนำสักคน คุณจำเป็น ต้องเรียนรู้วิธีป้องกันการ
บาดเจ็บและเพื่อ ให้แน่ใจว่าคุณ ได้ประโยชน์สูงสุด
จากการออกกำลังกายครั้งนี้ ผู้ฝึกสอนจะสามารถช่วยให้คุณตัดสินได้ว่าคุณ ควรยกเวทน้ำหนัก เท่าไรและ
บ่อยเท่าไร ข้อควรรู้ง่าย ๆ คือ ถ้าคุณไม่สามารถ ยกเวทซ้ำกันได้ 8 ครั้งสบาย ๆ ละก็ แสดงว่าเวทนั้นหนัก
เกินไปสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณยกเวทนั้นได้ 12 ครั้งสบาย ๆ ก็แสดงว่าเวทนั้นเบาเกินไป ให้ลอง จัดตารางการ
ยกเวทไว้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยให้มีวันพักสลับ ระหว่างครั้งตรงกลาง 1 วัน เพื่อให้กล้ามเนื้อคุณได้พักฟื้น
และ ซ่อมแซมตัวเอง ถ้าคุณต้องการยกเวททุกวัน ให้ออกกำลังกายร่างกายส่วนบน คือ แขน ไหล่ และหลัง
ช่วงบน เป็นเวลา 1 วัน แล้วออกกำลังกายร่างกายส่วนล่าง คือ น่อง เอ็นร้อยหวาย และต้นขา ในวันถัดมาอีก
1 วัน

บริเวณเป้าหมาย
การเล่นเวทจะเพิ่มความแข็งแรง และทนทานให้กล้ามเนื้อ รวมทั้งเพิ่มมวลกล้ามเนื้อด้วย เนื่องจากกล้ามเนื้อ
เผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าไขมัน การฝึกเล่นเวทเป็นประจำจึงช่วย ทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงาน
ได้ดีขึ้น และเนื่องจากกล้ามเนื้อกินที่ น้อยกว่า ไขมัน คุณจึงดูผอมเพรียวกว่า แม้น้ำหนักตัวของคุณจะเท่าเดิมก็
ตาม ข้อดีอื่น ๆ คือ การเล่นเวททำให้คุณมีจิตใจสดชื่นเพราะได้ออกกำลังกาย มีการวิจัยพบว่าผู้ป่วย โรคซึม
เศร้า จะมีอาการดีขึ้นเมื่อได้ฝึกเวท และยังนอนหลับได้ดีขึ้นด้วย นอกจากนั้นยัง พบว่า คนที่เล่นเวทจะมีความ
ตื่นตัวมากขึ้น เนื่องจากร่างกายแข็งแรงมีพละกำลังมากขึ้น จึงสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้อย่างสนุกสนาน
ง่ายดายยิ่งขึ้น

การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนออกกำลังกาย< /b>
ถ้าคุณไม่สามารถไปที่ห้องเวทได้ ให้ลองแถบต้าน (resistance bands) การออกกำลังกายแบบเกร็ง
กล้ามเนื้อสะโพ หรือการออกกำลังกายบนพื้นอย่างการยกขา หรือวิดพื้น เพื่อให้กล้ามเนื้ออยู่ในสภาพพร้อมและ
ได้ส่วน เพื่อเสริมโปรแกรมการเล่นเวท ให้เพิ่ม โปรแกรม การยืดเส้นยืดสายเข้าไปด้วย นอกจากนั้นก็ควร
ออกกำลังกาย แบบ แอโรบิก เพื่อกำจัดไขมัน และ รักษาสุขภาพหัวใจและการไหลเวียนโลหิต

การวอร์มอัพและคูลดาวน์
ก่อนที่คุณจะเล่นเวท ให้ออกกำลังกายใด ๆ ก็ได้ที่จะบริหารกล้ามเนื้อที่คุณจะใช้เล่นเวท เช่น ขี่จักรยานอยู่กับที่
เมื่ออบอุ่นกล้ามเนื้อขา หรือพายเรืออยู่กับที่เพื่อบริหารทั้งร่างกาย เป็นเวลา 5 นาที อีกทางเลือกหนึ่งคือให้ฝึก
เล่นเวทเบา ๆ สำหรับการออกกำลังกายที่ คุณเตรียมไว้ใช้ภายหลังซ้ำ ๆ สัก 2-3 ครั้ง การอบอุ้นร่างกาย
5-10 นาทีก็เพียงพอ สำหรับการเพิ่มอุณหภูมิกล้ามเนื้อ และทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น ไม่บาดเจ็บง่าย ถ้าอัตรา
การเต้นของหัวใจคุณมากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีหลังการเล่นเวทแล ะ คุณเตรียม ที่จะออกกำลังกายบนพื้นต่อ
เช่น วิดพื้น หรือยกขา คุณจำเป็นต้องทำให้ร่างกาย เย็นลงก่อนเพื่อป้องกันการเวียนหัวหรือเป็นลม คุณควรเดิน
ไปรอบ ๆ หรือถีบจักรยานช้า ๆ จนอัตราการเต้นของหัวใจลดลง แต่ถ้าอัตราการเต้นของหัวใจคุณเป็น ปกติ
แม้หลัง การยกเวท คุณก็ไม่จำเป็นต้องทำให้ร่างกายเย็นลงก่อน โดยคุณสามารถยืดเส้น ยืดสายต่อได้เลย

การยืดเส้นยืดสายจำเป็นในการรักษาความยืดหยุ่นของร่างกาย อย่าลืมยืดเส้นยืดสาย กล้ามเนื้อ หลังการ
อบอุ่นร่างกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ และยืดเส้นยืดสายอีกครั้ง หลังอกกกำลังกาย เสร็จ เพื่อเสริมความยืดหยุ่น
และลดอาหารปวดเมื่อย



เรื่องการเล่นเวทนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ ดังนั้นผมจึงขอพูดถึงการเล่นเวทเฉพาะในมุมมองของการเล่น
เพื่อลดน้ำหนักก็แล้วกันนะครับ

เรื่องการเล่นเวทนั้นที่จริงหากอยากจะเล่นก็เล่นกันได้ทั้งชายและหญิง แต่หากจะเล่นเพื่อลดน้ำหนักแล้ว
ผมเห็นว่าไม่เหมาะครับ ไม่ว่าหญิงหรือชาย เพราะการเล่นเวทนั้นวัตถุประสงค์คือเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
ไม่ได้ใช้เพื่อการลดน้ำหนักโดยตรง

ทีนี้ในเรื่องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อนั้นปัจจุบันมีเรื่องค่านิยมหรือ เรื่องประกวดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ดังนั้นการเล่นเวทในปัจจุบันจึงไม่ได้มีเพื่อเสริมสุขภาพ แต่เอาไว้เพื่อประกวด แข่งขัน หรือเพื่ออวดรูปโฉมกัน
การเล่นตามปกติของคนทั่วไปนั้นจะไม่ทำให้มีกล้ามเนื้อบึ้กขึ้นมาได้หรอกครับ ไม่ว่าหญิงหรือชาย ที่
เห็นกล้ามเป็นมัดๆนั้นเพราะการกินฮอร์โมนเข้าไปน่ะครับ เขาเรียกว่ายาเรียกเนื้อ ถ้าไม่กินแล้วล่ะก็ต้องเล่น
หนักมาก วันละหลายชั่วโมง แล้วต้องเล่นหลายปีจึงจะเห็นเนื้อเห็นหนังกับเขาได้ แต่ถึงใช้ฮอร์โมนก็ต้องกิน
เวลาเป็นปีอยู่ดี ดังนั้นที่คุณว่าเล่นเวทมา 3 ปีแล้วไม่มีกล้ามเนื้อบึ้กๆนั้นก็ถูกแล้วครับ ต่อให้ผู้ชายด้วย หากเล่น
ขนาดคุณภควดีก็ไม่มีกล้ามเนื้อบึ้กเช่นกัน คงเห็นผลแต่ว่ากล้ามเนื้อกระชับเท่านั้น อาจใหญ่ขึ้นนิดหน่อย แต่
ไม่ล่ำแบบที่เห็นประกวดกันแน่นอน

การใช้การเล่นเวทเพื่อลดน้ำหนักมีข้อไม่เหมาะหลายอย่างครับ
1. การเล่นเวทใช้พลังงานกล้ามเนื้อเยอะ แต่เป็นเฉพาะบางมัด ดังนั้นโดยรวมแล้วจะใช้พลังงานน้อย
ยกตัวอย่าง การวิ่งจ๊อกกิ้ง 3 กม. จะใช้พลังงานราว 250 กิโลแคลอรี่ (คร่าวๆนะครับ ไม่ได้เป๊ะตามนี้
ขึ้นกับหลายอย่าง) ตีเสียว่าโดยทั่วไปจะวิ่ง 3 กม. ใฃ้เวลาราว 30-60 นาที ขึ้นกับว่าวิ่งเร็ววิ่งช้าเพียงใด
แต่ถ้าเล่นเวท 1 ชั่วโมงจะใช้พลังงานไม่ถึง 250 กิโลแคลอรี่ครับ นี่ว่ากันตามลักษณะการเล่นของคนทั่วไป
นะครับ เพราะว่าเล่นๆหยุดๆ เนื่องจากเมื่อย อย่างคุณที่ว่ายกหนักที่สุด น้อยครั้งที่สุด ยิ่งใช้พลังงานไม่มาก
เพราะต้องพักบ่อยและพักนาน เมื่อเผาผลาญแคลอรีน้อยก็ลดน้ำหนักไม่ได้ผลเท่าไร

2. การเล่นเวทหากจะให้ได้ประโยชน์จะต้องออกกำลังกายทุกสัดส่วน คือทั้งแขน ขา ลำตัว แต่ละท่อนก็มี
กล้ามเนื้อที่ต้องเล่นหลายมัด แต่การเล่นของคนทั่วไปนั้นมักใช้เวลาหลังเลิกงาน อาทิตย์หนึ่งมีเวลาเล่นเวท
รวมได้สัก 3 ชั่วโมงก็เก่งแล้ว แต่เวลาแค่นี้เล่นอะไรได้ไม่กี่ท่าหรอกครับ บางคนจึงเน้นที่กล้าแขน ปีก หน้าอก
เพื่อให้ดูเท่ แต่ผลก็คือออกกำลังกล้ามเนื้อไม่ทั่วทุกส่วน ดังนั้นจึงเป็นอย่างที่ อ.วินัยว่า คือคนเล่นเวทใช่ไม่คน
แข็งแรงเสมอไป ดังนั้นเรื่องเงื่อนไขด้านเวลากับการเล่นเวทก็ไม่ค่อยจะเหมาะสมกับคนทั่วไป นัก การเล่นแต่
ดัมเบลจึงไม่ใช่การเล่นเวทที่ถูกต้องครับ เพราะได้แต่กล้ามเนื้อแขน แล้วกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆก็เสื่อมไปตามวัยอยู่ดี

3. ค่าใช้จ่าย หากจะเล่นเวทเพื่ออกกำลังครบทุกสัดส่วน ต้องใช้เครื่องเล่นหลายอย่าง ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้แพง
มากครับ แล้วต้องมีที่กว้างขวางพอด้วย ก็เป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมาก หากไปเล่นตามฟิตเนส ค่าสมาชิกปีละ
หมื่นหรือมากกว่านั้นครับ และอีกอย่างการเล่นเวทนั้นเบื่อง่ายครับ หากซื้ออุปกรณ์ไปเล่นที่บ้านแบบชุดประหยัด
(ที่ 1 เครื่องมีหลายสถานี) พวกนี้เล่นได้ไม่นานก็เบื่อ แล้วก็จะกลายเป็นราวตากผ้าไปในที่สุด

4. การบาดเจ็บ หากเล่นหักโหมหรือเล่นไม่เป็น โอกาสที่จะบาดเจ็บจากกล้ามเนื้ออักเสบหรือฉีกขาดมีสูงครับ
ยกตัวอย่างพวกที่ยกน้ำหนักมากๆ พอยกแล้วหมดแรงทิ้งโครมลงมา แค่นี้ก็มีโอกาสบาดเจ็บจากกล้ามเนื้ออักเสบ
แล้วครับ นี่ยังไม่รวมลูกเหล็กทับเท้าซึ่งเคยเกิดขึ้นจริง ส่วนเรื่องที่ว่าเล่นเวทแล้วช่วยเรื่องไขข้อนั้นผมขอปฏิเสธ
ว่าไม่จริงครับ คนเล่นเวทจะมีปัญหาเรื่องข้อเสื่อม เพราะยกน้ำหนักมาก ทำให้ข้อรับน้ำหนักมาก
การออกกำลังเพื่อบำรุงรักษาข้อต่อต่างๆนั้นต้องใช้การเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล ครับ ไม่ใช่เล่นหักโหมแบบเวท
ยกตัวอย่างเช่นมวยไท้เก๊กนั้นเหมาะมากสำหรับบรรเทาอาการไขข้ออักเสบ อย่าเห็นว่ารำช้าๆไม่เข้าท่า
นั่นแหละครับ หมอฝรั่งเอาไปใส่ในคอร์สกายภาพบำบัดของผู้โรคไขข้ออักเสบ


สรุปแล้วการเล่นเวทไม่เหมาะสำหรับการลดน้ำหนักครับ อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายสูง หากจะเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อเสื่อมเร็วแล้วผมเห็นว่าเลือกเล่นวิธีผสมดีกว่า คือ วิ่ง แอโรบิก ว่ายน้ำ แล้วเสริมด้วยทำ
งานบ้าน (ซักผ้า ถูกบ้าน) ทำสวน เดินขึ้นไปบันแทนขึ้นลิฟท์ ฯลฯ จะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติสำหรับคนทั่วไป
มากกว่าครับ และได้ทุกสัดส่วน แต่ว่ายน้ำผมยังว่าไม่ค่อย practical เท่าไรนักเลยเพราะหาสระยาก
แต่ก็ขอแนะนำไว้ด้วยเพราะเป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก ใช้แรงงาน แต่ไม่ทำร้ายข้อต่อต่างๆ (แต่ต้องระวัง
เรื่องสระสกปรกด้วย อันนี้ก็เป็นข้อเสีย)

ถ้าถามว่าอะไรเหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก ผมยังว่าเต้นแอโรบิคเหมาะที่สุด เพราะประหยัด หาเวลาและ
สถานที่เล่นได้ง่าย ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์มากมาย และหากต้องการใช้แคลอรีมากๆก็เต้นให้มันดุเดือดก็ได้ รองลง
มาคือว่ายน้ำ แต่ก็หาสระยากอย่างที่ว่า แม้ว่าจะดีกว่าแต่ผมให้เป็นอันดับ 2 เพราะคำนึงถึงความเป็นไปได้
ในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

รองลงมาอีกคือการวิ่ง วิ่งนี่หาที่วิ่งได้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เลยขอจัดเป็นอันดับ 3 ของความเหมาะสม
เพราะการวิ่งนั้นควรวิ่งบนลู่หรือถนนที่ปรับสภาพสำหรับการวิ่ง ไม่ควรเป็นพื้นขรุขระหรือวิ่งตามฟุตบาท
เพราะจะเป็นอันตรายต่อข้อเท้า อีกอย่าง การวิ่งริมถนนทำให้สูดไอเสียรถเข้าไปมาก เป็นอันตรายต่อร่างกายครับ
นอกจากนี้ยังต้องเลือกร้องเท้าวิ่งที่เหมาะสมด้วย ดังนั้นจะเห็นว่าหากจะวิ่งในสถานที่ที่เหมาะจริงๆนั้นไม่ง่ายเลย
การวิ่งนั้นไม่เหมาะกับคนที่น้ำหนักตัวมาก เพราะจะทำให้ข้อเสื่อมเร็ว คนที่น้ำหนักมากๆควรว่ายน้ำดีกว่าครับ

การเล่นอะไรอย่างเดียวก็มักเบื่อง่าย ทางที่ดีควรเล่นสลับไปมาหลายๆอย่าง ชวนเพื่อนเล่นด้วยเป็นกลุ่มแบบ
เต้นแอโรบิกยิ่งดี ความเพลิดเพลินจะทำให้ไม่เบื่อ จากประสสบการณ์ของผม ความเบื่อกับความขี้เกียจนี่แหละ
ครับเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด ทำให้ออกกำลังกายไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง น้ำหนักก็เลยไม่ลดสักที


เวตนั้นมีอยู่ 3 ลักษณะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย
1. การยกน้ำหนัก (weight lifting) คือการแข่งขันยกน้ำหนักที่เราเห็นเวลาแข่งโอลิมปิค เอเชี่ยนเกมส์ ฯลฯ
การยกแบบนี้เน้นยกให้ได้หนักที่สุดให้มากกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นในการฝึก ก็จะฝึกเฉพาะกล้ามเนื้อที่ต้อง
ใช้เวลายก อาจละเลยกล้ามเนื้อบางส่วนในร่างกายไป
2. การเพาะกาย (body building) คือการเพาะกล้ามเนื้อ แม้ว่าเริ่มต้นจะเพื่อความสวยงามของร่างกาย
(ตามทัศนะของผู้เพาะกาย ซึ่งอาจแตกต่างจากคนภายนอก) แต่ก็มีการแข่งขันเข้ามาเป็นส่วนประกอบมาก
จนมีการใช้ฮอร์โมน สเตียรอยด์ ฯลฯ เพื่อการเร่งสร้างกล้ามเนื้อ การทำเวตแบบนี้ต้องใช้เวลาอยู่ในห้องเวต
ทีละหลายๆชั่วโมง
3. strength training หรือ weight training ไม่รู้จะเรียกเป็นภาษาไทยว่าอะไร เป็นการฝึกฝนกล้ามเนื้อ
ให้รู้จักต้านทานกับแรงภายนอก ไม่ว่าแรงภายนอกนั้นจะเป็นดัมเบล บาร์เบล เครื่องเวต ไดนาแบนด์
แม้กระทั่งน้ำหนักตัวของเราเอง (เช่น การวิดพื้น) การฝึกฝนกล้ามเนื้อแบบนี้มีจุดประสงค์เพื่อนำไปใช้กับ
การเล่นกีฬาหรือกิจกรรมอย่างอื่นๆ เช่น ฟุตบอล บาสฯ ไต่เขา ฯลฯ หรือเพื่อประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
การยกของหนัก หิ้วถุงข้าวสาร อุ้มลูก ฯลฯ แต่เนื่องจากมีความเข้าใจผิดคิดว่าการฝึกฝนแบบนี้เป็นแบบสอง
อย่างแรก บางทีเลยเลี่ยงไปเรียกกันว่า resistance training แทนในการฝึกฝนแบบ resistance
training มันไม่สำคัญเลยค่ะว่าคุณจะใช้ดัมเบลหนักเท่าไร 1 ปอนด์ หรือ 40 ปอนด์ เพียงแต่ฝึกให้
กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงและความอดทน รวมทั้งสร้างกล้ามเนื้อทดแทนส่วนที่ลีบลงไปตามวัย แต่อย่างที่
ว่า ไม่มีทางที่จะสร้างกล้ามเนื้อใหญ่แบบนักเพาะกาย และนั่นไม่ใช่จุดประสงค์ของการบริหารกล้ามเนื้อ
แบบที่สามนี้ด้วย


ทุกคนทำได้แน่นอนครับ
มีทริปเล็กๆน้อยๆมาฝากครับคือให้ทานไข่ดิบวันละ1-2ฟอง และกล้วยวันละ 1-2 ผลครับ
เพราะไข่มีโปรตีนและคลอเรตเตอรอล ช่วยในเรื่องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและให้ความอบอุ่นครับ
ส่วนกล้วยมีคาร์โบไฮเดรตจากน้ำตาลสูง และน้ำตาลที่ได้จากกล้วยสามารถนำไปให้พลังงานได้ทันทีทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียครับ

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ภาวะโลกร้อนและผลกระทบ

ภาวะโลกร้อนปัญหาที่หลายคนนิ่งเฉย


เอาเรื่องไกล้ตัวกันก่อนเลยนะครับว่าในทุกวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นเร็วผิดกับทุกปีที่ผ่านมา
ฤดูกาลแปรผันอย่างเห็นได้ชัด ธรรมดาหนาวมาได้ 3 เดือนแล้วแต่นีพึ่งหนาว
และที่สำคัญร้อนมหาโหด ประเภทร้อนไม่เอาใจคนอยากได้วิตามินดีกันเลยก็ว่าได้ครับ
ใครตากแดดเพื่อสังเคราะห์วิตามินดีในช่วงนี้ระวังจะแย่เพราะมะเร็งผิวหนังแทนนะครับ
เรามาดูเรื่องไกล้ตัวอีกเรื่องครับคือบังเอิญไปเจอข้อความจากหนังสืพิมพ์ไทยโพสต์เขียนไว้ดังนี้ครับ
กองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) เผยแพร่รายงานขนานการประชุมองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก 2009 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ ระบุการเปลี่ยนรูปแบบของสภาพอากาศและระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงแล้ว ขณะปัญหาโลกร้อนยังคุกคามชีวิตคนอีกหลายล้านในภูมิภาคนี้

รายงานขององค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งนี้ชี้ว่า อุทกภัยรุนแรงและภัยแล้ง, การกัดเซาะชายฝั่ง, ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และคลื่นความร้อน ที่จะเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษข้างหน้านี้ ส่งผลกระทบถึงผลผลิตข้าว, ผลไม้และกาแฟ และการทำประมง ซึ่งเป็นปัจจัยเลี้ยงชีวิตของผู้คนจำนวนมากในกลุ่มประชากรลุ่มแม่น้ำโขง 65 ล้านคน

“ทั่วทั้งภูมิภาคนี้อุณหภูมิกำลังเพิ่มขึ้น และได้เพิ่มขึ้นแล้ว 0.5-1.5 องศาเซลเซียสในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา” ข่าวรอยเตอร์อ้างข้อความในรายงาน

ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ กล่าวว่า ในขณะที่หลายพื้นที่ของภูมิภาคนี้จะมีฤดูฝนที่สั้นลง แต่คาดว่าปริมาณน้ำฝนโดยรวมกลับจะเพิ่มขึ้น หมายความว่าฝนที่ตกก็จะมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะคุกคามต่อผลผลิตทางการเกษตร และทำใหิเกิดน้ำท่วมและดินถล่มตามมา

พื้นที่ลุ่มน้ำโขงที่รายงานนี้กล่าวถึงนั้น นับรวมตั้งแต่ที่ราบสูงทิเบตในจีนลงมายังพม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา และเวียดนาม จากนั้นได้ไหลลงสู่ทะเลจีนใต้

สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เป็นแหล่งปลูกข้าวราวครึ่งหนึ่งของเวียดนาม และเป็นแหล่งผลิตกุ้งประมาณ 60% แต่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและน้ำเค็มหนุน ได้กระทบต่อปริมาณผลผลิตและอาจทำให้เกษตรกรไร้ที่ทำกิน

ประชากรจำนวนมากอาศัยในที่ลุ่มต่ำ ตามแนวชายฝั่งและในพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง เช่นในนครโฮจิมินห์ซิตี, ฮานอย และกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้ภูมิภาคเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงต่ออุทกภัย, การรุกล้ำปนเปื้อนของน้ำเค็ม และระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

รายงานกล่าวด้วยว่า ภัยแล้งและอุทกภัยที่เกิดถี่ขึ้นจะสร้างความเสียหายขนานใหญ่ต่อชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้ ในช่วงฤดูแล้งจะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำหนักหน่วงขึ้นด้วย ”อุณหภูมิสูงขึ้นได้ทำให้พื้นที่เพาะปลูกลดขนาดลง ขณะที่พายุ, น้ำท่วม และภัยแล้ง กำลังทำลายผลผลิตทั่วทั้งลุ่มน้ำโขง การขาดแคลนน้ำจะจำกัดการผลิตภาคเกษตร และคุกคามต่อความมั่นคงด้านอาหารด้วย” รายงานนี้เสริม

บรรดาผู้แทนจากประมาณ 180 ประเทศ กำลังประชุมกันที่สำนักงานยูเอ็นในกรุงเทพฯ เพื่อพยายามหาความตกลงร่วมกัน ในการขยับขยายความร่วมมือต่อสู้กับปัญหาภาวะโลกร้อน โดยพวกเจ้าหน้าที่กำลังพยายามนิยามเนื้อหาที่จะใช้เป็นพื้นฐานของการทำสนธิสัญญาว่าด้วยโลกร้อนฉบับใหม่ ที่ยูเอ็นหวังว่าจะสามารถหาความเห็นพ้องต้องกันได้ภายในเดือนธันวาคมปีนี้

ประเด็นหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของข้อตกลงฉบับใหม่นี้ คือการให้ความช่วยเหลือประเทศที่ยากจน ในการปรับตัวเข้ากับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

ที่ด้านนอกศูนย์การประชุมของยูเอ็น มีชาวนาไทย, เกษตรกร, ชาวประมง และชนพื้นเมืองจากหลายประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และเนปาล รวมประมาณ 2,000 คน มาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยทุ่มเทมากขึ้นในการจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

“เรามาที่นี่เพื่อถ่ายทอดเสียงของชาวนาต่อยูเอ็น” ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรจากอินโดนีเซียตะโกนอยู่ด้านนอกศูนย์ประชุม

ประเทศกำลังพัฒนากล่าวโทษชาติร่ำรวยว่า ไม่ยอมริเริ่มด้วยการทำข้อตกลงลดระดับการปล่อยก๊าซให้หนักหน่วงกว่านี้ และต้องการให้ประเทศร่ำรวยรับปากทุ่มเงินนับพันล้านดอลลาร์ช่วยชาติยากจน ให้ปรับตัวรับผลกระทบและสร้างเศรษฐกิจที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เห็นแล้วก็น่าตกใจมากนะครับที่มันเกิดขึ้นใกล้ๆ ตัวเรานี่เอง แม่น้ำโขงของคนไทยเรานี่เอง แล้วอีกหน่อยจะเหลืออะไรให้คนรุ่นหลังละครับ…

อีกบทความหนึงครับคลายกับที่ผมได้เกินไว้ตั้งแต่ต้นครับ
การจะสำรวจความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ว่ากำลังเลวร้ายขึ้นหรือเปล่า ต้องอาศัยการการเฝ้าดูรายวัน หรืออาจจะรายชั่วโมง ในระยะเวลานาน นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าดูในพื้นที่ต่างๆทั่วโลกอีกด้วย ข้อมูลเหล่านี้ สมัยก่อนเป็นข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ยาก เนื่องจากการแบ่งปันข้อมูลในประเทศที่อยู่ไกลกันนั้นต้องใช้เวลา แต่วันนี้ การแบ่งปันข้อมูลและการสำรวจร่วมกัน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วไป ทำให้นักค้นคว้าสามารถสรุปได้ว่าบรรยากาศโลกนั้น กำลังเพียงแค่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย หรือ กำลังเลวร้ายขึ้นอย่างน้ากลัว ทั่วโลกกำลังเกิดเหตุ การผิดปกติในบรรยากาศ รวมถึง การลดลงของจำนวนวัน หรือ คืนที่หนาวผิดปกติ แต่ เป็นการเพิ่มขึ้นของ วัน และ คืนที่ร้อนผิดปกติแทน ความผิดปกติอื่นคือ ฤดูที่มีระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น หน้าร้อนที่ยาวขึ้น และหน้าหนาวที่สั้นลง มีแนวโน้มที่ชัดเจน ว่า การเกิดปรากฏการอุณหภูมิลดต่ำมากผิดปกติกำลัง ได้ลดลงเรื่อยๆทุกปี แต่กลับเป็นจำนวนวันที่ร้อนมากผิดปกติ ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในพื้นที่ ที่ แห้งแล้ง หรือ ชื้นมาก ปกติแล้วจะทำให้เกิดประกดการ El Niño หรือ La Niña และปรากฏการทั้งสองปรากฏการนั้น กำลังเกิดขึ้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานว่า ได้มีการเพิ่มจำนวนพื้นที่แห้งแล้งขึ้นทั่วโลก แต่ที่น่าแปลกคือ ไม่มีหลักฐานใดๆชี้ว่ามีพื้นที่แห้งแล้งเพิ่มขึ้นสหรัฐ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า พื้นที่ ที่อยู่ 45องศาเหนือขึ้นไป ที่มีการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำฝน ได้เกิดเหตุ การฝนตกมากผิดปกติหลาย ต่อ หลายครั้ง เช่นที่ออกข่าว น้ำท่วมในอังกฤษ และ เยอรมัน แม้แต่ตะวันออกกลางยังมีข้อมูลว่าฝนตกมากขึ้นในช่วงหน้าฝน แต่ที่หน้าแปลกคือ จำนวนน้ำฝนที่วัดในต่อปีกำลังลดลง เหตุผลก็คือเพราะ ถึงแม้ว่าจะมีฝนตกมากขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ จำนวนครั้งที่ฝนตก ก็ได้ลดลงเรื่อยๆในแต่ละปี

สถาบันเอกชนต่างๆ ก็ได้เห็นพ้องกันว่า มีการเกิด พายุไซโคลนมากขึ้น ในพื้นที่ ที่มีฝนตกชุกอยู่แล้ว พื้นที่นั้น รวมถึงประเทศไทยด้วย ในช่วงศตวรรษที่ 20 แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่เหนือเส้นสูนสูตร ในพื้นที่เส้นสูนสูตร จำนวน พายุไซโคลนกลับลดลง นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์พายุ เฮอรีเคนใน Atlantic มากขึ้นตั้งแต่ 1970เป็นต้นมา ด้วยจำนวนมากสุดเป็นประวัติศาสตร์ในปี 2005 แต่ว่านักวิทยาศาสตร์สามารถรับรองได้ว่า เหตุการณ์เหล่านี้ จะเกิดขึ้นในระยะยาว หรือเป็นเพียงแค่ปรากฏการช่วง 100-200ปีเท่านั้น

และนี้ครับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ขั้วโลกเหนือกลายเป็นเกาะอย่างเต็มตัว ภาพถ่ายจากดาวเทียม Startling ได้ถ่ายภาพขั้วโลกเหนือเมื่อไม่นานมานี้ เผยให้เห็นว่า เราสามารถเดินเรือรอบขั้วโลกเหนือได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

การ เปิดของช่องทางที่น้ำแข็งได้ละลายหายไปนี้ เป็นสิ่งที่บริษัทเดินเรือมากมายรอคอยมานาน เพราะพวกเขาสามารถใช้ทางลัดนี้ ลัดเส้นทางได้มากกว่าพันกิโลเมตร

แต่สำหรับชาวโลก และ นักวิทยาศาสตร์ นี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึง ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ที่กำลังเลวร้ายขึ้น

Mark Serreze, ผู้เชี่ยวชานทางทะเล ของขั้วโลกเหนือ, เขาอธิบายว่า นี้คือ เหตุการณ์แห่งประวัตติสาต และเขาได้เตือนว่า ขั้วโลกเหนือกำลังเข้าสู่สภาวะที่กำลังถึงจุดจบ นั้นหมายความว่า เราจะไม่ได้เห็นขั้วโลกเหนืออีกต่อไป
NASA ได้เปิดเผยแผนที่ ที่ทำให้เห็น เป็นครั้งแรกในรอบ 125,000 ปี ที่มีการเชื่อมต่อระหว่าง มหาสมุทร Atlantic และ Pacific โดยไม่มีน้ำแข็งขั้นกลาง

ในปี 2005, น้ำแข็งใน พื้นที่ ตะวันออกเชียงเหนือของ Russia ได้เปิดออก, แต่น้ำแข็งฝั่ง ตะวันตกของ Canada ยังคงปิดอยู่ แต่ปีที่แล้ว มันกับกลับกัน เป็นตรงกันข้าม
ศต. Serreze, จาก National Snow และ Ice Data Center แห่งสหรัฐ, ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ว่า: ‘ช่องว่างได้เปิดขึ้นแล้ว และมันเป็นปรากฏการประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์แบบนี้ จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้นเรื่อยๆ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า’

บริษัทเดินเรือต่างๆมากมายกำลังเตรียมพร้อมจะใช้เส้นทางใหม่ เช่นบริษัท Beluga group ของเยอรมัน เตรียมที่จะสำรวจเส้นทางใหม่นี้ หวังที่จะลดระยะทางไปอีก 6500 ก.ม. จาก เยอรมัน ไป ญี่ปุ่น

ถ้าหากว่าน้ำแข็งยังคงละลายต่อไปเช่นนี้ อีกไม่นานเราคงจะได้เดินเรื่อข้ามใจกลางขั้วโลกเหนืออย่างสบายแน่นอน

นักวิทยาศาสตร์อย่างท่านเชื่อว่า ขั้วโลกเหนือจะหายไปภายในปี 203 ฟังดูอาจจะเป็นระยะเวลาที่น้อยมาก แต่ความเป็นไปได้มีสูงพอสมควร

นักวิทยาศาสตร์บางท่านเชื่อว่า เวลาเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น ที่จะทำให้ น้ำแข็งในขั้วโลกหายไปอย่างสิ้นเชิง ในช่วงหน้าร้อน

4 อาทิตย์ก่อน นักท่องเที่ยวต้องอพยพออกจาก เกาะ Baffin Island ในอุทยานแห่งชาติ Auyuittuq ของ Canada เพราะธารน้ำแข็งได้ละลายลง

ชื่อของธารน้ำแข็ง แปลว่า ‘ดินแดน ที่ไม่มีวันละลาย’

ภาพเปลี่ยบเทียบให้ชมในบางส่วนครับกับผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อน








เราจะช่วยโลกหรือจะให้โลกกลายเป็นแบบนี้ก่อนแล้วจึงทำ



ช่วนกันดูแลโลกร่วมกันนะครับ
ด้วยรักและห่วงใยนายไก่โต้ง

BB Guns

ก๊ฬา BB Gun กีฬาแห่งสปิริตที่ทุกคนอยากสัมพัส



"กีฬาทุกชนิดทำให้ผู้เล่นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงรวมถึง

การใช้ทักษะในด้านต่างๆแล้วแต่ชนิดของกีฬาประเภทนั้นๆ

กีฬาบางชนิดต้องใช้กำลังกายอย่างเต็มที่ ถ้าเราต้องการที่จะมีชัยในกีฬานั้น

กีฬาบางชนิดต้องมีการกระทบกระทั้งกันตลอดเวลา กีฬาบางชนิด

ก็เสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมาก อย่างเช่น กีฬามอเตอร์ไซค์สปอร์ต"

แต่ผลของกีฬาไม่ว่าจะเป็นกีฬาใดๆก็คือ สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและยังทำให้ร่างกายได้พักผ่อนคลายเคลียดจากการงาน เพราะเมื่อเราเล่นกีฬาชนิดใดๆแล้วสมาธิของเราก็จะจดจ่ออยู่กับการเล่นในขณะนั้น

สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้น เราไม่สามารถหาซื้อได้ และไม่ว่าท่านจะมีเงินทองมากมายสักเท่าใด มีมันสมองที่ฉลาดปราดเปรื่องอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้ มีความขยันหม่นเพียรในการประกอบการงานหรือธุรกิจของท่านมากเพียงใดก็ตาม ถ้าท่านไม่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเพียงพอแล้วล่ะก็ การประกอบธุรกิจหรือการทำงานของท่านก็จะทำไม่ได้เต็มกำลังความสามารถเท่ากับคนที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีมันสมองที่ฉลาดเฉลี่ยว

การออกกำลังกายเพียงวันละ 15-30 นาที ในแต่ละวัน โดยการเล่นกีฬาที่ท่านชื่นชอบ หรือใชข้เวลาในวันหยุดเล่นกีฬาชนิดใดก็ได้ เพียงอาทิตย์ละ 2-3 ชั่วโมงในการเล่นกีฬาอย่างจริงจัง ซึ่งเวลาแค่ 2-3 ชั่วโมง นั้นถือว่าเป็น 1-2 เปอร์เซ็นในเวลาที่มีทั้งหมดที่ท่านมีใน 1 สัปดาห์นั้น จะส่งผลต่อสุขภาพของท่านอย่างคุ้มค่าอย่างน้อยๆก็ภายในเวลา 1 สัปดาห์ต่อไป ซึ่งนับว่าคุ้มค่าทีเดียว


กีฬา BB. นั้นเป็นกีฬาที่ไม่จำกัดอายุและเพศของผู้เล่น ท่านไม่จำเป็นต้องใช้กำลังการอย่างหนักในเวลาเล่น และท่านสามารถเลือกได้ว่า ท่านจะซุ่มนิ่งอยู่เฉยๆ เวลาที่ท่านเหนื่อยหรือจะใช้การวิ่งช้าสลับเร็วก็ได้ แล้วแต่ความต้องการของเรา

กีฬา BB. ไม่ต้องเสี่ยงต่ออันตราย ถ้าเราปฏิบัติตนให้อยู่ภายใต้กฎของความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และกีฬา BB. ยังทำให้ท่านได้รู้จักพูดคุยกับเพื่อนใหม่ๆได้อย่างมากมาย

กีฬา BB. เป็นกีฬาที่ต้องใช้สปิริตอย่างสูงและเราสามารถที่จะแสดงสปิริตของเราไห้เป็นที่ประจักษ์ต่อผู้อื่นได้โดยชัดแจ้ง เพราะมีแต่เราเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ตัวเองดีที่สุดว่าต้องออกจากเกมการเล่นนั้นหรือไม่

กีฬาทุกชนิดส่งผลให้ผู้เล่นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอย่างแน่นอน และยังทำให้เรารู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักอภัยต่อคู่แข่งขันของเราอีกด้วย เพราะกีฬาคือ "เกม" ซึ่งใช้ช่วงเวลาสั้นๆช่วงหนึ่งในเวลาว่างของเราเท่านั้น เมื่อจบเกมแล้วก็ถือว่า การต่อสู้ในเกมนั้นได้จบลงแล้วเช่นกัน มิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนั้นก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

กีฬา BB. นั้นถ้าคนที่ไม่เคยเล่นอาจจะมองว่าเป็นกีฬาที่มีแต่ความรุนแรง แต่ความเป็นจริงแล้ว กีฬา BB.เป็นกีฬาของลูกผู้ชายอย่างแท้จริง ที่ต้องอาศัยท้งสปิริตในการเล่นความอดทนและความมีน้ำใจนักกีฬาอย่างสูง และการเล่นจะไม่มีการสัมผัสถูกต้วกันระหว่างผู้เล่นทั้งสองฝ่าย บางครั้งผู้เล่นอาจโดนยิงจากฝ่ายตรงข้างทั้งๆที่ไม่สามารถมองเห็นตัวคู่ต่อสู้เลยด้วยซ้ำเพราะเขาซุ่มอยู่ไกลจากเรานับสิบๆเมตร

--------------------------------------------------------------------------------

ประโยชน์ของการเล่น BB. Gun สามารถแบ่งออกเป็นข้อๆได้ดังนี้



1.การออกกำลังกาย

กีฬา BB.จะทำให้ผู้เล่นได้ออกกำลังกายตั้งแต่ส่วนกลางคือ กำลังขา, ต้นขา, น่อง จนถึงส่วนบนคือ ศีรษะ เพราะกีฬา BB. จะเป็นการเล่นในลักษณะคล้ายๆกับการฝึกทหารหรือการรบจริงที่เราเคยดูในโทรทัศน์ ซึ่งผู้เล่นจะได้มีการวิ่ง กระโดด ข้าม หมอบ คลาน การย่อตัว การทิ้งตัวหลบลูกกระสุนและทำทุกๆอย่างที่จะทำให้รอดพ้นจากการโดนยิง

แต่จากกิริยาอาการต่างๆนั้นก็แล้วแต่ลักษณะการเล่นของแต่ละคนด้วย ไม่ใช่ว่าจะมีอายุมากๆจะเล่นไม่ได้ สำหรับผู้ที่มีอายุมากก็อาจจะใช้การซุ่มอยู่ในแดนหลังก็สนุกได้เหมือนกัน

2.ความสนุกสนาน

กีฬา BB. ทำให้ท่านมีความสนุกสนานอย่างสุดๆ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายไปในตัวในขณะที่ท่านเล่นอยู่ ท่านจะลืมไปเลยว่า ท่านกำลังใช้ร่างกายในการออกแรงอยู่ เมื่ออยู่ในสนามประสาททุกส่วนจะต้องตื่นตัวอย่างเต็มที่ สมาธิของท่านจะอยู่แต่ในสนามเท่านั้น ทำให้ท่านลืมเรื่องงานหรือความเครียดต่างๆได้หมดตลอดเวลาที่ท่านเล่น BB.อยู่

3.ท่านจะได้ฝึกประสาทตา

จากการสังเกตและการแยกแยะ ในกรณีที่ฝ่ายตรงข้ามซุ่มคอยอยู่ในเงามืดหรือซุ่มอยู่ตามพุ่มไม้และการพรางตัวในรูปแบบต่างๆ


4.ท่านจะได้ฝึกฝนการใช้ประสาท

ในขณะที่ท่านเล่น BB. นั้น ท่านจะได้ฝึกประสาทหูไปในตัวด้วยครับ ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่เราต้องยิงต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามอยู่ในระยะที่ไม่ใกล้จนเกินไป เราสามารถที่จะหลบได้ทัน ดังนั้น ประสาทหูของผู้เล่นจะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา หรือในขณะที่เราซุ่มคอยอยู่ในบังเกอร์อาจจะมีฝ่ายตรงข้ามย่องหรือคลานเข้ามาเราต้องคอยฟังเพื่อจะได้จับทิศทางถูกและวางแผนรับได้อย่างถูกต้อง


5.ความสัมพันธ์ของร่างกายในการตอบสนองระหว่างประสาทหูและประสาทตา

เช่นกันในขณะที่เราค่อยๆคืบคลานเข้าไปข้างหน้า ถ้าเราเห็นแสงไฟโดยการกลิ้งตัวหรือลุกขึ้นวิ้งหลบ หรือเวลาที่เราค่อยๆบุกไปข้างหน้าเมื่อได้ยินเสียงปืนดัง เราจะต้องหลบทันทีโดยการวิ่งหลบหรือการย่อตัวหลบลูกกระสุน BB. ดังนั้นประสาททุกส่วนของร่างกายจะต้องตอบสนองการสั่งงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ


6.การประสานงานกันในทีม

การเล่น BB. นั้น แต่ละเกมในการเล่นที่สนามน้นจะกำหนดเวลาในการเล่นประมาณ 15-20 นาที ดังนั้นการเล่นเมื่อแต่ละฝ่ายแบ่งคนกันลงตัวแล้ว ผู้เล่นในทีมจะต้องมีการวางแผนในการเล่นว่า ในเกมนั้นๆจะเล่นบุกหรือเล่นรับ จะต้องมีการแบ่งหน้าที่และจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสมตามความถนัดของแต่ละคน รวมทั้งต้องประเมินสถานการร์ก่อนการเล่นว่าฝ่ายตรงข้ามจะเล่นบุกหรือเล่นรับกับเราและวางแผนให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงที่สุด โดยต้องใช้เวลากำหนดในแต่ละเกมให้มีประโยชน์มากที่สุด แต่ถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ผู้เล่นในทีมจะต้องแก้ไขถานการณ์ตามเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป


7.การฝึกความอดทนและการชิงไหวพริบ

ในการเล่นกีฬา BB.นั้น ในแต่ละเกมจะมีสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน ในบางเกมเราอาจจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ หรือยางเกมเราอาจตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ในแต่ละเกมจะต้องมีการใช้ไหวพริบและการตัดสินใจในช่วงเวลาเพียง 2-3 วินาที เพื่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายของตนมากที่สุดเพื่อนำสู่ความได้เปรียบและชัยชนะ ดังนั้นสมองของผู้เล่นจะต้องคิดถึงเชิงกลยุทธอยู่ตลอดเวลา หากเสียเปรียบมากก็จำเป็นจะต้องปรับกลยุทธจากการบุกมาเป็นเชิงตั้งรับ ซุ่มรอ ใช้ความอดทนเป็นหลักประกอบกับใช้ไหวพริบ ความคิด ในการดำเนินกลยุทธเพื่อแก้ไขสถานการณ์ต่างๆให้กลับมาได้เปรียบดังเดิม

8.การฝึกแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า

ในการเล่น BB. นั้น ทุกๆเกมที่เราจะเล่น จะมีการพลิกผันของสถานการณ์ในระหว่างเล่นเกมได้ตลอดเวลาซึ่งเหตุการณ์นั้นอาจจะเกิดได้จากความประมาท หรือเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของผู้เล่นในทีมของเราเอง หรือความเผอเรอของฝ่ายตรงข้าม แม้ว่าก่อนการเล่นทุกครั้งเราจะมีแผนตั้งรับและการบุกเตรียมไว้ก็ตาม แต่เราจะต้องใช้ไหวพริบของเรา และการประสานงานกันในทีมในการที่จะคอยรับสถานการณ์ทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นในการเล่นเกมอยู่ตลอดเวลา



คุณสมบัติของผู้สนใจในเกมกีฬา BB. ที่ควรจะมี

1.มีใจชอบกีฬาในลักษณะนี้
2.มีความชอบในอุปกรณ์สำหรับใช้เล่นในกีฬา BB.ชนิดนี้ซึ่งก็คือ ปืน BB.
3.มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น
4.มีความเข้าใจความหมายของคำว่า "เล่น"

ความซื่อสัตย์นั้นเป็นหัวใจสำคัญของการเล่นกีฬา BB.เพราะว่าลูก BB.นั้น เมื่อยิงออกไปกระทบเป้าหมายแล้วจะไม่มีร่องรอยใดๆที่ชี้ชัดได้ว่า เราโดนยิงหรือไม่ (ต่างกับการเล่น เพน บอล ที่ยิงกระทบเป้าหมายแล้วแตกเป็นสีแสดงร่องรอยถึงการโดนยิง) ดังนั้นถ้าเราอยากให้เกมที่เล่นมีความสนุกแล้วล่ะก็ เมื่อเราโดนยิงแล้วนั้นก็คือ ผลจากความประมาทของเราและผู้ร่วมทีมของเราและแน่นอนว่า มาจากความสามารถของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามนั้นเอง เพื่อเป็นการลงโทษตัวเองในความไม่รอบคอบของเราเอง เราควรจะออกจากเกมนั้นในทันที เพื่อเป็นการแสดงสปิริตของเรา เช่นเดียวกับเรา เมื่อเรายิงโดนคนอื่นแล้วก็อยากจะเห็นผลงานของเรานั่นก็คือ ผู้ที่โดนเรายิงแสดงสปิริตด้วยการเดินออกจากเกมนั้นไป



วิธีการเล่น และกฏกติกามารยาท
ในการเล่นกีฬา BB. ในสนามทั่วไปที่ควรรู้

กฎการแข่งขัน

1.ปืน BB. ที่ใช้สำหรับลงเล่นในสนามจะจำกัดความเร็วกระสุนไว้ไม่เกิน 400 ฟุต/วินาที

2.ห้ามถอดหน้ากากในระหว่างเกมการเล่นกำลังดำเนินอยู่อย่างเด็ดขาด ผู้เล่นฝ่ายใดถอดหน้ากากออกจะถูกปรับแพ้ทั้งทีมพร้อมกับยุติการแข่งขันทันที

3.การถูกยิงไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของร่างกายก็ตามให้ถือว่า ผู้เล่นคนนั้นโดนยิงจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามแล้ว ผู้เล่นที่ถูกยิงจะต้องตะโกนบอกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามว่า "โดนแล้ว" จากนั้นให้แสดงตัวและชูมือทั้งสองขึ้นพร้อมกับปืน BB. และเดินออกจากสนามทันที

4.ถ้าหากเป็นการยิงฝ่ายเดียวกันเองก็ให้ถือว่า โดนยิงจากผู้เล่นฝ่ายตรงกันข้ามให้ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับข้อที่ 2.

5.การเล่นแบบ Survival Game ในสนามกลางแจ้ง ผู้เล่นทั้งสองทีมจะมีปลอกแขนสวมติดไว้อยู่ตลอดเวลา เพื่อแสดงให้ทราบว่ายังมีสิทธิ์ในการเล่นเกมนั้นอยู่ และเมื่อถูกยิงจากฝ่ายตรงข้ามจะต้องปลดปลอกแขนออกพร้อมทั้งชูขึ้นเพื่อแสดงให้กรรมการหรือผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทราบจากนั้นจึงเดินออกจากการแข่งขันไปยังจุด Save Zone ที่กรรมการจัดไว้ให้

6.การยิงในระยะใกล้ๆ เป็นสิ่งต้องห้ามในระหว่างการแข่งขัน เมื่อผู้เล่นสามารถเข้าใกล้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในระยะประชิดได้ให้ทำท่ายิงพร้อมตระโกนคำว่า "YOU DEAD!!" แทนการยิงกระสุน BB. ไปยังผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจะต้องออกจากการแข่งขันทันที



มารยาทในการ
You Dead

ภายในระยะ 5 เมตร ห้ามผู้เล่นยิงใส่กัน แต่ให้พูดคำว่า You Dead!! แทนการยิง และผู้ที่พูดจะต้องทำท่ายิง
การ You Dead จะทำได้ก็ต่อเมื่อ ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ตัวหรือรู้ตัวแต่ไม่สามารถยิงตอบโต้ได้หรือฝ่ายตรงข้ามอยู่นิ่งไม่เคลื่อนไหว (โดนประชิดตัวแบบไม่รู้ตัว)
การ You Dead ผู้เล่นที่หลบอยู่ในบังเกอร์ ให้ผู้เล่นเข้าไป You Dead และปืนอยู่ในท่าพร้อมยิง ในกรณีที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่หลบอยู่หลังบังเกอร์รู้ตัวว่าจะมีคนเข้ามา แต่ถ้าไม่ลุกขึ้นมาก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้ามาถึงให้ถือว่า ฝ่ายที่เข้ามา You Dead ได้เปรียบ
ในการพูด You Dead ถ้าทั้งสองฝ่ายพูดพร้อมๆกัน หรือมีข้อสงสัยไม่ชัดแจ้ง ให้ทั้งสองฝ้ายเริ่มเล่นใหม่ที่จุดเริ่มต้นของแต่ละฝ่าย
ในกรณีที่เห็นผู้เล่นอีกฝ่ายไม่เต็มตัวภายในระยะใกล้ ให้ผู้เล่นใช้วิจารณญาณในการยิง



สรุป

กีฬาทุกชนิดจะมีลักษณะเฉพาะของกีฬานั้นๆ ทั้งความสนุกและเทคนิคต่างๆเพราะว่าในกีฬาอื่นๆนั้น ผู้เล่นมักจะเห็นผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามอยู่ตลอดเวลา เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล มวย ฯลฯ ดังนั้นจะทำให้ผู้เล่นแต่ละฝ่ายคาดเดาหรืออ่านแผนการเล่นได้ค่อนข้างชัดเจน แต่สำหรับกีฬา BB. นั้น ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยได้เห็นตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม แต่ผู้เล่นอีกฝ่ายอาจจะหลบอยู่ และซุ่มยิงเราจนต้องออกจากการเล่นในเกมนั้นก็ได้

ดังนั้นตลอดเวลาที่อยุ่ในเกมนั้น ผู้เล่นจะต้องมีความตื่นตัวอยู่คลอดเวลา ประสาททุกส่วนจะต้องรับรู้ทุกๆความเคลื่อนไหวและร่างกายจะต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ รวมทั้งไหวพริบของแต่ละคนจะต้องแก้ไขสถานการณ์ได้อ่างทันท่วงที กีฬา BB.จะเป็นกีฬาที่คุณจะเผลอไม่ได้เด็ดขาดครับ.



จาก: คัมภีร์ BB Gun และ Siambbgun.com

ผมถือว่ากีฬาประเภทนี้เป็นของคนที่มีความซื่อสัตย์สูงมากทีเดียวเพราะในเกมการเล่นจริงๆลูกปืนโดยส่วนใดของร่างกายหรือเสื้อผ้าเรายากจะมีใครรู้ คนที่โดนยิงแล้วไม่ยอมออกจากสนามมักจะเป็นที่ไม่พอใจกับทุกคน และเมื่อขอร้องสิ่งใดเพื่อนๆมักไม่นับถือเพราะถือว่าคน คนนั้นไม่มีความซื่อสัตย์แม้ต่อตนเองและผู้อื่นด้วย ดังนั้นการเล่นในกีฬารู้แบบนี้สปิริตสำคัญเหนืออื่นใดครับ
ลองศึกษาหรือสอบถามได้นะครับยินดีให้คำตอบครับ

เล่นให้เป็นเล่นให้สนุกแล้วอย่าลืมอ่านหนังสือกันบ้างนะครับ

ฝนดาวตก ลีโอนิดส์

ฝนดาวตก (Meteor shower) เป็นปรากฎการณ์ที่คนบนโลกมองเห็นแนวเส้นสว่างมากมายพาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นระยะ ๆ เกิดขึ้นจากการที่โลกโคจรฝ่าเข้าไปในกลุ่มฝุ่นอุกกาบาต (meteoroid) น้อยใหญ่ ซึ่งโดยมากจะมีต้นกำเนิดมาจากดาวหางที่เคยโคจรผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน และทิ้งกลุ่มฝุ่นอุกกาบาตเหล่านี้ตามแนวทางโคจร ฝนดาวตกที่ผู้อ่านอาจเคยได้ยินชื่อบ่อย ๆ คือ ฝนดาวตกเปอร์ซีดส์ (Perseids) หรือรู้จักกันในนามของฝนดาวตกวันแม่ เนื่องจากจะมีมากเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 11-12 สิงหาคมของทุกปี และดาวหางที่เป็นต้นกำเนิดของดาวตกกลุ่มนี้ก็เพิ่งโคจรผ่านเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์เมื่อปลายปี พ.ศ.2535 ที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ทราบมานานแล้วว่า ฝนดาวตกแต่ละกลุ่มจะมีมากผิดปกติหากดาวหางต้นกำเนิดโคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ ในช่วงก่อนสิ้นศตวรรษที่ 20 นี้ ฝนดาวตกที่นับว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดและอาจเป็นฝนดาวตกกลุ่มสำคัญกลุ่มแรกที่มีการบันทึกไว้ จะกลับมาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวมันเองอีกครั้ง ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (Leonids) เป็นฝนดาวตกที่ถูกยกย่องให้เป็นราชาแห่งฝนดาวตก เนื่องจากมันได้เคยสร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวโลกเมื่อกว่าศตวรรษมาแล้ว

ลีโอนิดส์ในประวัติศาสตร์

ในยุคกลาง มีความเชื่อว่าปรากฏการณ์ฝนดาวตกที่รู้จักกันในปัจจุบันนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในบรรยากาศโลก (atmospheric feature) แทนที่จะเป็นปรากฏการณ์บนท้องฟ้า (celestial phenomena) ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ศาสตร์ในการพยากรณ์อากาศถูกเรียกว่าวิชา Meteorlogy พื้นฐานความเชื่อนี้มีมาแต่สมัยของอริสโตเติล ซึ่งเชื่อว่าบรรยากาศมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ "สวรรค์" ปราศจากการเปลี่ยนแปลง หลังยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ความสนใจในปรากฏการณ์ชนิดนี้มีเพิ่มขึ้น หลังจากรุ่งอรุณของวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ.1833 เป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นในวันนั้น ฝนดาวตกกว่าหมื่นดวงพาดผ่านท้องฟ้าทางตะวันออกของอเมริกาเหนือ ผู้คนต่างถูกปลุกจากหลับเพื่อมาดูสิ่งที่พวกเขาต้องตื่นตะลึงและอกสั่นขวัญแขวนกับเหล่าดาวตกมหาศาลที่ถาโถมราวกับกาลอวสานของโลกกำลังใกล้เข้ามา



ภาพแกะไม้แสดงพายุฝนดาวตกปี ค.ศ.1833 จากหนังสือ Bible Readings for the Home Circle ในปี 1879



ภาพแกะไม้แสดงพายุฝนดาวตกปี ค.ศ.1799 จากชายฝั่งฟลอริดา ภาพนี้ตีพิมพ์ในปี 1872 จากบันทึกของ Andrew Ellicott ซึ่งกล่าวว่าเขาเห็นดาวตกมากพอ ๆ กับดวงดาวในท้องฟ้าทีเดียว ภาพจากหนังสือThe Midnight Sky โดย Edward Dunkin, F.R.A.S



ภาพถ่ายพายุฝนดาวตกในปี 1966 บริเวณกลุ่มดาวหมีเล็ก (Ursa Minor) โดย A. Scott Murrel จากหอสังเกตการณ์ของมหาวิทยาลัย แห่งรัฐนิวเม็กซิโก ด้วยกล้องถ่ายภาพขนาด 50mm f/1.9 ด้วยฟิล์ม Tri-X (ISO 400) โดย เปิดหน้ากล้องนาน 10-12 นาที



ที่มา :



เรามาดูภาพฝนดาวตกเก่าๆกันบ้างครับ




วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552

Happy birth day



ในทีสุดก็ได้ฤกษ์สร้างบล๊อกที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ของตัวเองเสียทีถึงแม้จะไม่ใช้บล๊อกที่ดี่เลิศอะไรแต่ก็ตั้งใจทำมานานแล้ว และในวันนี้ก็ถึงเวลาสร้างขึ้นมาเพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนและผู้ที่สนใจเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ทั้งในบทเรียน และนอกบทเรียน แ ละยังยินดีตอบคำถามทุกคำถามที่สามารถตอบได้โดยไม่ปิดบัง หากคำถามนั้นไม่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมก็ไม่สามารถตอบได้นะครับ ทางตัวผมเองยินดีอย่างยิ่งที่จะทำการเผยแพร่ข่าวสารที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันใดๆ ตัวผมเองยินดีเป็นอย่างยิ่งครับที่จะให้การสนับสนุน ในการนำเสนอผลงานทางด้านวิทยาศาตร์ของตัวผมเอง และท่านอื่นๆก็จะนำมาลงเผยแพร่ให้ทุกท่านได้ดูและรับทราบเพื่อนำไปใช้ด้วยเช่นกันนะครับ ยังไงหากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วยนะครับ